ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ต้นแปะก๊วย …!!!

ต้นแปะก๊วย พืชพื้นเมืองเก่าแก่ที่มีมาแต่โบราณโดยเฉพาะในแถบประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น มีลำต้นขนาดใหญ่ ใบเป็นรูปพัด ต้นแปะก๊วยมีการนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาแบบแพทย์แผนจีนโดยเชื่อว่ามีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบสมอง ความคิด รวมถึงระบบไหลเวียนเลือด นอกจากนี้เมล็ดแปะก๊วยยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย

ต้นแปะก๊วย เป็นพืชอยู่ในวงศ์ Ginkgoaceae จัดเป็นสกุลพืชที่มีอายุมากที่สุดของพืชมีเมล็ดทั้งหมด คนมักจะเข้าใจว่าต้นแปะก๊วยเป็นพืชดอก แต่แท้จริงเป็นพืชไม่มีดอก คือ จิมโนสเปิร์ม เหมือนปรง สน เพราะเปลือกหุ้มเมล็ดที่อวบอ่อนนุ่ม ทำให้คิดว่าเป็นผล ต้นแปะก๊วย เป็นพืชที่มีทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย   ดอกตัวผู้จะออกเป็นช่อ ส่วนดอกตัวเมียออกเป็นกระจุกบริเวณปลายกิ่ง ใน 1 ดอก จะมีไข่ 2 อัน ต้นแปะก๊วยตัวผู้ออกดอกเป็นช่อสีเหลือง คล้ายหางกระรอก ติดอยู่ตรงปลายของกิ่งสั้น มากถึง 6 ช่อ ดอกตัวผู้สร้างละอองเกสรในระหว่างเดือนเมษายนจนถึงเดือนพฤษภาคม แล้วอาศัยแรงลมพัดพาไปสู่ดอกตัวเมียบนต้นตัวเมีย ต้นตัวผู้ออกดอกเป็นช่อมีสีเหลือง ช่อยาว 1.2-2.2 เซนติเมตร ช่อดอก อยู่ส่วนปลายของกิ่งสั้น ดอกตัวผู้ผลิตละอองเกสรช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ละอองเกสรตัวผู้ (รูปร่างคล้ายเรือ) จะถูกลมพัดไปที่ดอกที่ต้นตัวเมีย ต้นตัวเมียมีดอกตัวเมียเป็นดอกเดี่ยวหรือออกเป็นคู่ มีความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ตรงปลายก้านภายในดอกมีไข่อ่อนเจริญอยู่สองใบ เมื่อมีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ไข่อ่อนจะเจริญต่อไปเป็นเมล็ดที่ติดอยู่ที่กิ่งหรือแผ่นใบไข่อ่อนนี้เป็นผลสีเขียว สร้างเมล็ดที่ไม่มีรังไข่หุ้มเป็นช่อ ช่อละ 2 ผล

ความปลอดภัยในการรับประทานผลิตภัณฑ์จากต้นแปะก๊วย

การรับประทานแปะก๊วยหรือผลิตภัณฑ์จากต้นแปะก๊วยต่างๆ โดยทั่วไปแล้วค่อนข้างปลอดภัยหากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม แต่ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ปวดศีรษะ วิงเวียน ใจสั่น คลื่นไส้ แน่นท้อง ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ท้องผูก หรือท้องเสีย และอาจเกิดอาการแพ้ในผู้ที่แพ้แปะก๊วย

การรักษาด้วยผลิตภัณฑ์จากต้นแปะก๊วยที่อาจได้ผล

1.โรควิตกกังวล การขาดหลักฐานและข้อสรุปในปัจจุบันเกี่ยวกับประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จากต้นแปะก๊วยที่มีต่ออาการทางระบบประสาท เช่น ออทิสติก ภาวะซึมเศร้า สมาธิสั้น รวมถึงโรควิตกกังวล ทำให้มีการศึกษาโดยการทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับประสิทธิภาพของแปะก๊วยต่อโรคทางจิตประสาทรวมถึงโรควิตกกังวลทั่วไป

2.ความคิดความจำ ในปัจจุบันยังมีการถกเถียงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากต้นแปะก๊วยในการพัฒนาความคิดความจำ แต่งานวิจัยส่วนใหญ่แนะนำว่าการรับประทานผลิตภัณฑ์จากต้นแปะก๊วยอาจช่วยพัฒนาความคิดความจำและสมาธิได้เล็กน้อยในผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี

3.วิงเวียนศีรษะ เป็นอาการเกิดขึ้นบ่อยและมักพบในเพศหญิงมากกว่าในเพศชาย และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน พบว่าสารสกัดจากต้นแปะก๊วยมีประสิทธิภาพในการรักษาอาการวิงเวียนศีรษะเท่าเทียมกับเบตาฮีสทีน ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษาอาการวิงเวียนศีรษะอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

4.ภาวะ Tardive Dyskinesia เป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยารักษาโรคจิต ทำให้ผู้ป่วยมีความผิดปกติของการเคลื่อนไหวร่างกายแบบบิดไปมาหรือซ้ำ ๆ ในรูปแบบเดิมของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่บริเวณใบหน้า ซึ่งอนุมูลอิสระอาจมีส่วนเกี่ยวข้องต่อการเกิดภาวะนี้ พบว่าผลิตภัณฑ์จากต้นแปะก๊วยอาจมีประสิทธิภาพในการรักษาและบรรเทาอาการของภาวะดังกล่าวในผู้ป่วยจิตเภท

5.อาการก่อนมีประจำเดือน เป็นอาการเรื้อรังชนิดหนึ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ในวัยมีประจำเดือนต่อประสบพบเจอ ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้การรักษาด้วยสมุนไพรเป็นทางเลือกหนึ่งที่อาจช่วยบรรเทาอาการและเกิดผลข้างเคียงได้น้อยกว่า พบว่าความรุนแรงของอาการก่อนมีประจำเดือนทั้งทางร่างกายและทางจิตใจโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งในกลุ่มที่รับประทานผลิตภัณฑ์จากต้นแปะก๊วยมีความรุนแรงของอาการลดลงมาก

6.ต้อหิน เป็นสาเหตุที่นำไปสู่การสูญเสียเซลล์ปมประสาทม่านตาและใยประสาทแอกซอน (Axons) รวมถึงความดันตาที่เพิ่มสูงขึ้นอาจทำให้ตาบอด จึงเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จากต้นแปะก๊วยต่อความดันตา ทำให้มีงานวิจัยพบว่าการลดความดันตายังคงเป็นวิธีการรักษาต้อหินที่เป็นที่ยอมรับในปัจจุบัน

ฤดูกาลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์จากการสรรค์สร้างของธรรมชาติ

แปะก๊วย เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตะวันออกของจีน และถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศญี่ปุ่นพร้อมกับการเผยแผ่ศาสนาพุทธนิกายเซน โดยชาวญี่ปุ่นจะรู้จักแปะก๊วยในชื่อ Icho (อิโจว) เมื่อถึงฤดูกาลผลัดใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามสวยงาม และร่วงหล่นไปในที่สุด

โตเกียวเป็นจังหวัดที่ถือว่ามีต้นแปะก๊วยขึ้นเรียงรายเป็นจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่ง ดังนั้นจึงควรรู้สถานที่ชมใบแปะก๊วยในโตเกียวมาฝากกัน ให้ผู้ที่ชื่นชอบความสวยงามของธรรมชาติได้ไปเที่ยวชมต้นแปะก๊วยท่ามกลางอากาศหนาวเย็นที่หาไม่ได้ในประเทศไทย

สำหรับผู้ที่วางแผนจะไปสัมผัสความหนาวที่แดนอาทิตย์อุทัยในช่วงสิ้นปีนี้ คือตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นเดือนธันวาคม ขอแนะนำให้ไปเดินเล่นชื่นชมความงดงามของ ใบแปะก๊วยโตเกียว ที่จะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองทองอร่ามสวยงาม จุดชมใบแปะก๊วยในโตเกียวมีที่ไหนบ้างนั้น ขอนำเสนอสถาที่เที่ยวชมต้นแปะก๊วย ดังนี้

1มหาวิทยาลัยโตเกียว (東京大学) : มหาวิทยาลัยแห่งใบแปะก๊วย

สถานที่แรกที่ต้องแนะนำก็คือจุดชมใบแปะก๊วยที่มหาวิทยาลัยโตเกียวหรือที่ชาวญี่ปุ่นคุ้นในชื่อ Todai (โทได) มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีสัญลักษณ์เป็นรูปใบแปะก๊วย จึงไม่แปลกที่เราจะพบเห็นต้นแปะก๊วยขึ้นเรียงรายอยู่เต็มบริเวณพื้นที่ของมหาวิทยาลัย

ที่นี่เป็นสถานที่ที่มีความสวยงามมากจนมีกองถ่ายมาถ่ายทำภาพยนตร์หรือละครอยู่บ่อย ๆ ทั้งยังเป็นฉากที่ปรากฏให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ในหนังสือการ์ตูนอีกด้วย ใครที่ชอบติดตามอ่าการ์ตูนก็น่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี เมื่อประเทศญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ใบแปะก๊วยที่สัมผัสกับอากาศเย็นก็จะเริ่มเปลี่ยนสีทำให้พื้นที่ทุกส่วนของมหาวิทยาลัยกลายเป็นสีเหลืองทอง มองไปทางไหนก็เห็นสีเหลืองสวยสดใสสบายตา ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความรู้สึกผ่อนคลาย

ต้นแปะก๊วยจะมีจำนวนเยอะมากเป็นพิเศษในบริเวณใกล้ ๆ กับประตูทางเข้าใหญ่ของมหาวิทยาลัย ส่วนบริเวณอื่น ๆ ก็มีจำนวนแปะก๊วยหนาแน่นและสวยงามไม่แพ้กัน อย่างเช่นทางเดินบริเวณหน้าหอนาฬิกาที่ถือเป็นจุดโปรโมทของที่นี่  เรียกได้ว่าไม่ว่าใครได้มาก็ต้องถ่ายภาพเก็บไว้เป็นความประทับใจ ไม่ว่าจะมากี่ครั้งก็ยังสวยงามเสมอ

นอกจากความสวยงามของใบแปะก๊วยที่อยู่บนต้นแล้ว เมื่อถึงเวลา ใบแปะก๊วยสีเหลืองก็จะร่วงหล่นลงมาเต็มพื้นทางเดิน กลายเป็นเส้นทางแห่งใบแปะก๊วยที่สวยและมีเสน่ห์ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะที่โทไดซึ่งเป็นจุดที่มีต้นแปะก๊วยเยอะ ก็ยิ่งทำให้พื้นของทางเดินเหลืองทั่วไปหมด

มหาวิทยาลัยโตเกียว  วิธีเดินทางนั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Namboku Line มาลงสถานี Todai-Mae แล้วเดินออกจากสถานีก็จะถึงเลย

  • เวลาทำการแนะนำว่าควรไปก่อนถึงก่อนพระอาทิตย์ตกดิน
  • ราคาไม่เสียค่าเข้าชม

2 Meiji Jingu Gaien Park : ถนนสายแปะก๊วยที่สวยยิ่งกว่าภาพวาด

ผู้ที่เคยหาข้อมูลใบแปะก๊วยโตเกียว มาบ้างน่าจะพอคุ้นกับชื่อ ถนนสายต้นแปะก๊วย หรือชื่อเต็มของมันคือ Meiji Jingu Gaien Park เพราะที่นี่เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมที่เหล่านักท่องเที่ยวมาชื่นชมความสวยงามของใบแปะก๊วยที่เริ่มเปลี่ยนสีเมื่อฤดูหนาวมาถึง

ภาพความงดงามของ Ueno Park ช่วงที่ดอกซากุระผลิบาน ถ้าเทียบกับที่นี่ก็มีทิวทัศน์ที่สวยงามน่าจดจำคล้ายกัน เพียงแต่เปลี่ยนจากสีชมพูของดอกซากุระเป็นสีเหลืองของใบแปะก๊วยที่ขึ้นเรียงรายตลอดสองข้างทางเป็นที่มาของชื่อถนนสายต้นแปะก๊วย

เส้นทางแห่งความงามของถนนสายต้นแปะก๊วยนั้นเริ่มต้นตั้งแต่สถานีรถไฟใต้ดิน Aoyama-Icchome Station เรื่อยไปจนถึงจุดสิ้นสุดของถนน ตลอดสองข้างทางถูกย้อมสีจนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามทั่วไปหมดจนสุดสายตา

เมื่อกิ่งก้านสาขาของต้นแปะก๊วยเติบโตได้ที่แล้วก็เริ่มโน้มกิ่งลงมาพยายามโค้งเข้าหากันสอดประสาน เกิดเป็นอุโมงค์แปะก๊วยสุดโรแมนติกให้เราได้เดินลอดผ่านพร้อมเก็บภาพความประทับใจได้ทุกมุม และเพื่อเป็นการแสดงความยินดีกับความสวยงามแห่งใบแปะก๊วยเปลี่ยนสี จึงมีการจัดงานเทศกาลเล็ก ๆ ที่เรียกว่า Gingko Festival โดยจะมีการเปลี่ยนแปลงชื่องานไปเรื่อย ๆ ตามแต่ละปี ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายอาหารของพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากมาย มองไปทางไหนก็มีแต่อาหารที่น่ากินทั้งนั้น

  • วิธีเดินทางนั่งรถไฟใต้ดินสาย Ginza Line มาลงสถานี Aoyama-Icchome แล้วเดินไปเรื่อย ๆ ตลอดเส้นทาง
  • เวลาทำการร้านค้า : 00-18.00 น.

ราคาไม่เสียค่าเข้าชม

3.Yoyogi Park : ชมแปะก๊วยในสวนยอดฮิต

สวนโยโยกิ คือ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว อยู่ติดกันกับสถานีรถไฟฮาราจูกุและศาลเจ้าเมจิ เรียกได้ว่าเป็นทำเลทองจริงๆ สวนแห่งนี้ถือเป็นที่ผลิตอ๊อกซิเจนให้กับเมืองที่รายล้อมไปด้วยตึกสูงระฟ้า

ที่นี่มักถูกใช้เป็นพื้นที่รวมตัวจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของวัยรุ่น เช่น การแสดงดนตรี การแต่งตัวคอสเพลย์ และอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานตลาดนัดเปิดท้ายขายของอยู่หลายงาน ซึ่งเป็นตลาดนัดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

นอกจากจะเป็นสถานที่จัดกิจกรรมยอดฮิตแล้ว อีกไฮไลท์ของที่นี่คือฤดูกาลแห่งใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่น ที่จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงด้วยกัน คือ ช่วงซากุระบาน และช่วงที่ใบแปะก๊วยเปลี่ยนสี จำนวนของต้นแปะก๊วยของสวนแห่งนี้อาจมีไม่มากเท่ากับมหาวิทยาลัยโตเกียว แต่ว่าความสวยงามของต้นแปะก๊วยนั้นไม่ธรรมดา เพราะเป็นที่มีอายุยืนยาว ขนาดใหญ่ กิ่งก้านใบของมันแตกสาขาออกมาครอบคลุมเต็มพื้นที่ เมื่อถึงฤดูกาลที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามก็สวยงาม เหลืองทั้งใบบนต้นและพื้นที่ดูราวกับว่าเรากำลังเดินอยู่บนพรมสีเหลืองสวยงาม

ด้วยความที่เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ทำให้ที่นี่มีความร่มรื่นมาก ๆ เราสามารถเดินเล่น ซื้ออาหารมานั่งกิน หรือจัดปิกนิคเล็ก ๆ ภายใต้ร่มเงาของเหล่าต้นไม้ใหญ่ที่พร้อมพลีกายปกป้องเราให้พ้นภัยจากแสงแดดอันแผดเผา แต่เมื่อได้อาศัยร่มเงาของเค้าแล้วก็อย่าลืมรักษาความสะอาดด้วยการเก็บขยะไปทิ้งด้วยน้า

ถ้าใครอยากมาพักผ่อนกินอาหารชิว ๆ พร้อมชื่นชมความสวยงามของใบแปะก๊วยเปลี่ยนสีก็แวะมาได้ที่นี่เลย เพราะคนไม่เยอะเท่าที่ยอดนิยมอื่น ๆ ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและสบายกว่า นั่งพักกายพักใจ ถ่ายรูปเล่นสวย ๆ ให้แบตเตอรี่ร่างกายพร้อมสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวต่อไป

-วิธีเดินทางนั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line มาลงสถานี Harajuku แล้วเดินอีกประมาณ 10 นาที

-เวลาทำการ10.00-16.00 น.

-ราคาไม่เสียค่าเข้าชม

4.Showa Kinen Park: สวนสวยแห่งความทรงจำของ ใบแปะก๊วย โตเกียว

Showa Kinen Park หรืออีกชื่อคือ Showa Memorial Park เป็นสวนสาธารณะที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพิธีกาญจนาภิเษกครบรอบ 50 ปีของจักพรรดิโชวะ หากพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ที่นี่ก็คล้ายกับสวนหลวงของบ้านเรานั่นเอง

นอกจากจะมีความสำคัญเกี่ยวกับจักรพรรดิของญี่ปุ่นแล้ว ที่นี่ยังถือเป็นจุดชมใบแปะก๊วยเปลี่ยนสีที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว เพราะเป็นสวนที่มีขนาดใหญ่ของโตเกียว มีต้นแปะก๊วยจำนวนมากขึ้นเรียงรายกันอย่างต่อเนื่อง และพร้อมใจกันโน้มกิ่งลงมาเป็นอุโมงต้นแปะก๊วยแสนสวยที่มีระยะทางยาวกว่า 300 เมตร

ด้วยความที่เป็นสวนหลวง ทำให้ที่นี่มีการตกแต่งที่สวยงามมากกว่าที่อื่น โดยเฉพาะบริเวณน้ำพุที่ถือเป็นไฮไลท์ของสวนนั้นสวยงามมากเป็นพิเศษ สองข้างทางเดินสู่น้ำพุเต็มไปด้วยสีเหลืองทองของใบแปะก๊วยที่พร้อมใจกันอุทิศตัวเองเพื่อเป็นเครื่องประดับจากธรรมชาติส่งเสริมความงามให้แก่สวนแห่งนี้

หากจะเดินเล่นชื่นชมความงามให้ทั่วทั้งสวนอาจจะเหนื่อยเกินไป เพราะสวนนั้นกว้างมาก มีจุดบริการนักท่องเที่ยวอยู่หลายจุด เป็นสวนที่เป็นมิตรทั้งกับคนและสัตว์ที่เราจะพบเห็นได้ทุกตารางเมตรของพื้นที่สวน ทั้งสุนัขที่เป็นสัตว์เลี้ยง และเหล่าแมวจรที่แวะมาทักทาย

เมื่อถึงเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้เลิกงาน แสงแดดเริ่มอ่อนแรงลง แต่ยังมีแรงพอที่จะส่องแสงเย็นเข้าปะทะกับใบแปะก๊วย ส่องประกายสวยงามประทับใจสุด ๆ สีเหลืองเริ่มเปลี่ยนเป็นสีออกส้มเข้มดูมีชีวิตชีวา เป็นความสวยงามที่ธรรมชาติอยากจะมอบให้กับเรา

และไม่ใช่แค่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเท่านั้นที่ทำให้ที่นี่สวยงาม เพราะนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นต่างนิยมมาเยี่ยมเยือนสวนนี้กันทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะร้อน หนาว หรือฝนก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป ใครที่ผ่านมาทางนี้ก็อย่าลืมแวะเข้ามาพักสายตาด้วยการมองเหล่าต้นไม้ ฟังเสียงนกร้อง หรือถ้าพอมีเวลาก็เลือกเช่าจักรยานปั่นกินลมชมวิวทั่วสวนได้สบาย ๆ เลยล่ะ

-วิธีเดินทางนั่งรถไฟ JR สาย Chuo Line มาลงสถานี Tachikawa แล้วเดินอีก ประมาณ 10 นาทีจะถึงทางเข้าสวน

-เวลาทำการ09.30-16.30 น.

-ราคาค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 410 เยน, เด็ก 80 เยน

  1. Ueno Park : เหลืองอร่ามในสวนใจกลางเมือง

สวนอุเอโนะไม่ได้มีแค่ ซากุระและใบเมเปิ้ลเท่านั้น แต่ยังมีต้นแปะก๊วยอยู่มากมาย ที่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอร่ามสวยงามไม่แพ้ที่อื่น  ที่นี่มีพื้นที่กว้างขวาง อีกทั้งเดินทางมาง่าย ทำให้สวนแห่งนี้เป็นเป้าหมายการชมแปะก๊วยที่น่าสนใจ มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายภาพมากมาย

-วิธีเดินทางเดิน 7 นาทีจากสถานีอุเอโนะ

-เวลาทำการ5.00-23.00 น.

ราคาเข้าชมฟรี