10 ข้อดีของการทำงานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์

งานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์ เป็นหนึ่งในรูปแบบของ งานนอกเวลา หรืองานที่ทำนอกเวลาปกติ หรือที่เราเรียกว่างานพิเศษนั่นเอง ซึ่งหมายถึง  การทำงานที่ไม่ใช่การทำงานประจำและไม่ได้เป็นพนักงานประจำขององค์กร โดยส่วนมาก งานพาร์ทไทม์ เสาร์ อาทิตย์ ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดที่ปกติจะมีลูกค้ามากกว่าวันทำงาน คนกลุ่มหลักที่ให้ความสนใจคงหลีกไม่พ้นเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เพราะขึ้นชื่อว่างานพาร์ทไทม์ส่วนใหญ่ระยะเวลาในการทำจะอยู่ที่ 4-6 ชม./วัน

ข้อดีของงานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์

  1. มีรายได้พิเศษ เรื่องเงินเป็นเหตุผลอันดับหนึ่งที่ทำให้นักเรียน นักศึกษาทำงานงานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์ เงินค่าขนมที่ได้จากทางบ้านอาจจะพอสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน แต่บางครั้งวัยรุ่นก็ต้องการที่จะใช้เงินเพื่อซื้อเสื้อผ้า สิ่งของ หรือใช้กับเรื่องบันเทิงต่าง ๆ รวมทั้งใช้ไปในการเที่ยวพักผ่อนช่วงปิดเทอม ซึ่งไม่ใช่ทุกครอบครัวที่สามารถให้เงินเพิ่มได้ การทำงานพาร์ทไทม์จึงเป็นช่องทางที่จะทำให้สามารถหาเงินเพื่อเอามาใช้กับเรื่องเหล่านี้ได้ เนื่องจากเด็กสมัยนี้หาเงินเก่งบางทีนอกจากหางานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์ แล้วยังสามารถทำงานเปิดร้านขายของออนไลน์ควบคู่ไปด้วยได้ จนบางครั้งเงินที่ได้จากการทำงานพาร์ทไทม์ สามารถนำมาช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้อีกด้วย
  2. ได้รับประสบการณ์ใหม่ การมีประสบการณ์การทำงานขณะเรียน จะเป็นประโยชน์ต่อคุณมากเมื่อคุณต้องหางานทำหลังเรียนจบ  เนื่องจากงานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์ จะช่วยให้คุณสามารถรู้และเข้าใจถึงความสามารถของตัวเอง ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายว่าในอนาคตคุณเหมาะสมกับงานอาชีพใด ถ้าหากงานพาร์ทไทม์ที่คุณทำเกี่ยวข้องกับงานที่คุณสมัครในอนาคต จะทำให้คุณได้เปรียบมากกว่าผู้สมัครคนอื่น ๆ ที่เป็นนักศึกษาจบใหม่เหมือนคุณ อีกทั้งคุณก็จะมีประสบการณ์ในสังคมของคนทำงานอย่างแท้จริง
  3. มีความรับผิดชอบมากขึ้น การเป็นนักเรียนที่ดีนั้นใช้ความรับผิดชอบมากแล้ว แต่การเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยโดยที่ทั้งสองอย่างไม่ส่งผลกระทบต่อกันนั้น จะทำให้คุณเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้นไปอีก ดังนั้นการเริ่มต้นหัดเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบหน้าที่อะไรหลาย ๆ อย่างตั้งแต่อายุยังน้อย จะช่วยให้คุณได้เตรียมตัวสำหรับการที่จะต้องรับผิดชอบสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในอนาคต
  4. ได้เรียนรู้ทักษะที่มีประโยชน์ต่าง ๆ การทำงานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์นั้นจะทำให้คุณได้เรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ที่บางครั้งการเรียนหนังสืออย่างเดียวไม่สามารถสอนคุณได้ เช่น ทักษะการบริหารจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะการแก้ปัญหาต่าง ๆ ทักษะทางภาษา ทักษะการทำงานเป็นทีม และ Service Mind ซึ่งทักษะเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นมากสำหรับการทำงาน
  5. มีโอกาสในการรู้จักคนมากขึ้น การทำงานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์จะทำให้คุณมีสังคมใหม่ ๆ ทั้งผู้ที่อยู่ในช่วงวัยเดียวกันและผู้ที่มีอายุมากกว่าหรือน้อยกว่า การได้เจอคนอื่น ๆ นอกเหนือจากโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย จะทำให้คุณมีสังคมที่กว้างมากขึ้น มีความรู้และความเข้าใจเรื่องราวที่กว้างขึ้นกว่าที่เรารู้ คุณอาจจะมีโอกาสได้เจอกับคนที่สามารถเป็นบุคคลอ้างอิงให้กับคุณสำหรับการสมัครงานในอนาคต หรือบางกรณี คุณอาจจะได้งานประจำจากการทำงานพาร์ทไทม์ด้วยซ้ำหากองค์กรนั้นๆ กำลังต้องการคน
  6. ได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ สำหรับพนักงาน นอกจากเงินค่าจ้างแล้ว บางที่จะมีสิทธิพิเศษสำหรับพนักงานพาร์ทไทม์ด้วย เช่น การได้ส่วนลดในการซื้อสินค้า อาหาร และใช้บริการต่าง ๆ จากที่ที่เราทำงาน หรือสิทธิ์ในการรักษาพยาบาล
  7. ได้รู้ความต้องการของตนเอง การไปทำงานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์นั้น บางคนไปทำเพราะความชอบอยากทำหรือสนใจในอาชีพนั้นๆ และคิดว่าในอนาคตตนจะทำงานด้านนี้ แต่เมื่อได้ลองทำงานพาร์ทไทม์แล้ว บางครั้งความคิดอาจจะเปลี่ยนไป คือเราอาจรู้ว่าจริงๆแล้วตัวเองไม่ได้ชอบงานด้านนี้เลย หรือทำได้ไม่ดีสักเท่าไหร่  ในทางกลับกับบางคนอาจพบว่าการทำงานด้านนี้มันใช่ตัวเราจริงๆ และอยากทำงานด้านนี้ต่อไปในอนาคต
  8. ทนรับต่อความกดดันได้มากขึ้น บางครั้งเวลาเราเรียน เราอาจคิดว่า การมีการบ้านเยอะๆ หรือโดนครูดุทำให้เราเครียดและกดดัน แต่หารู้ไม่ว่าการทำงานนั้น มีหลายสิ่งที่ทำให้เรากดดันมากยิ่งกว่า  เราจะไม่แค่โดนตำหนิด้วยซ้ำ  บางครั้งอาจโดนหักเงินหรืออาจรุนแรงถึงขั้นไล่ออก ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไม่สามารถฝึกฝนได้จากที่โรงเรียน ทุกคนต้องเจอกับสถานการณ์จริงจึงจะสามารถฝึกฝนต่อความรู้สึกของตนเองได้
  9. มีความกล้าหาญมากยิ่งขึ้น การไปทำงานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์บางครั้งเราไม่สามารถปฏิเสธงานที่เราไม่อยากทำหรือคิดว่าเราทำไม่ได้ได้  เมื่อผู้ว่าจ้างมอบหมายงานอะไร เราก็ต้องทำตามนั้น แม้ว่างานนั้นอาจจะฝืนความเป็นตัวเราเกินไป เช่น งานที่ร้าน MK Restaurant ที่พนักงานต้องเต้นให้ลูกค้าดู  สำหรับงานนี้บางคนขี้อายไม่กล้าเต้นแต่เมื่อขณะทำงานำพาร์ทไทม์ ไม่สามารถหลีกลี่ยงได้ เมื่อทำสำเร็จครั้งหนึ่งๆ ครั้งต่อไปก็จะตามมาจนทำให้เรามีความกล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น
  10. มีข้อมูลในการเลือกสมัครงานมากกว่าผู้อื่น ยิ่งเราทำงานพาร์ทไทม์มากขึ้นเท่าไหร่  เราก็จะยิ่งทราบเรื่องราวของแต่ละองค์กรว่า องค์กรแต่ละที่มีวัฒนธรรมองค์กรอย่างไร  มีรูปแบบการทำงานแบบไหน เพื่อร่วมงานเป็นอย่างไร  และเราชอบลักษณะองค์กรแบบใด  ข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากต่อการสมัครงานในอนาคต มีส่วนช่วยให้เราตัดสินใจได้ว่าเราจะอยากจะทำงานที่ใด เพราะเราไม่สามารถหาข้อมูลเหล่านี้ได้ทั่วไป  หากไม่เคยทำงานในองค์กรนั้นๆ ก็ต้องถามเอาจากผู้ที่ทำงานอยู่ที่นั่นจึงจะได้ข้อมูลที่ถูกต้อง