ชินคันเซ็น รวดเร็วทันใจ…!!!

ชินคันเซ็น (shinkansen, แปล: สายทางไกลสายใหม่) เป็นชื่อเรียกเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงในประเทศญี่ปุ่นซึ่งดำเนินงานโดย 4 กลุ่มบริษัทรถไฟญี่ปุ่น สายแรกที่เปิดใช้งานคือ โทไกโดชินคันเซ็น (515.4 กม.) ในปี ค.ศ. 1964 จากนั้นเป็นต้นมา เครือข่ายรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นก็ได้ถูกขยายออกไปทั่วประเทศ ด้วยระยะทางรวมกว่า 2,765 กม. และวิ่งด้วยความเร็ว 240–320 กม./ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีสาย มินิชินคันเซ็น สั้น ๆ ความยาว 10.3 กม. ที่วิ่งด้วยความเร็ว 130 กม./ชั่วโมง

รถไฟชินคันเซ็นให้บริการแก่ผู้โดยสารด้วยความเร็วสูงสุด 320 กม./ชั่วโมง แม้ว่าจะสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 443 กม./ชั่วโมงในการทดสอบเมื่อปี ค.ศ. 1996 และรถไฟชินคันเซ็นยังทำลายสถิติรถไฟที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกด้วยความเร็วถึง 603 กม./ชั่วโมง ในการทดสอบขบวนแม็กเลฟ เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2015

ชินคันเซ็นรุ่นต่าง ๆ

รถไฟชินคันเซ็นสามารถพ่วงได้ยาวถึง 16 ตอน แต่ละตอนมีความยาว 25 เมตร และรถไฟชินคันเซ็นที่ยาวที่สุดมีความยาว 400 เมตรวัดจากหัวขบวนถึงท้ายขบวน สถานีรถไฟจึงต้องมีความยาวเพียงพอสำหรับรถไฟชิงกันเซ็งเหล่านี้ด้วย

รถไฟโดยสาร

0 ซีรีส์

100 ซีรีส์

200 ซีรีส์

300 ซีรีส์

400 ซีรีส์ (มินิชินคันเซ็น)

500 ซีรีส์

700 ซีรีส์

700T ซีรีส์ (รถไฟความเร็วสูงของไต้หวัน หรือ ไต้หวัน ชินคันเซ็น)

N700 ซีรีส์

800 ซีรีส์

E1 ซีรีส์

E2 ซีรีส์

E3 ซีรีส์ (มินิชินคันเซ็น)

E4 ซีรีส์

E5 ซีรีส์

E6 ซีรีส์ (มินิชินคันเซ็น)

รถไฟทดลองวิ่ง

คลาส 1000

คลาส 951

คลาส 961

คลาส 962

คลาส 500-900 (WIN 350)

คลาส 952/953 (STAR 21)

คลาส 955 (300X)

คลาส E954 (FASTECH 360 S)

คลาส E955 (FASTECH 360 Z) (มินิชินคันเซ็น)

รถไฟพลังแม่เหล็ก

LSM200 – 1972

ML100 – 1972

ML100A – 1975

ML-500 – 1977

ML-500R – 1979

MLU001 – 1981

MLU002 – 1987

MLU002N – 1993

MLX01 – 1996

ปัจจุบันรถไฟชินคันเซ็นเปิดให้บริการหลายเส้นทาง และมีอยู่หลายขบวนแตกต่างกันตามแต่ JR ของแต่ละภูมิภาค ทำให้กลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของชินคันเซ็นที่เมื่อเราไปเที่ยวที่ใดก็จะได้นั่งขบวนรถไฟชินคันเซ็นที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งเส้นทางยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคนั้น ชินคันเซ็นก็เข้าถึงเรียบร้อยแล้ว เราจะได้เดินทางข้ามเมืองกันได้อย่างสนุกสนาน

ช่างเชื่อม (Welder) การต่อโลหะ…!!!

ช่างเชื่อม (Welder) หรือ การเชื่อมโลหะ หมายถึงการต่อโลหะ 2 ชิ้นให้ติดกันโดยการให้ความร้อนแก่โลหะจนหลอมละลายติดเป็นเนื้อเดียวหันหรือโดยการเติมลวดเชื่อมเป็นตัวให้ประสานกันก็ได้

กรรมวิธีในการเชื่อมโลหะที่เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมีดังต่อไปนี้คือ

1. การเชื่อมแก๊ส ( Gas Welding ) เป็นการเชื่อมซึ่งจัดอยู่ในประเภทการเชื่อมหลอมเหลววิธีหนึ่งแหล่งความร้อนที่ใช้เกิดมาจากการเผาไหม้ระหว่างแก๊สอะเซทีลีนซึ่งเป็นแก๊สเชื้อเพลิงและแก๊สออกซิเจนอุณหภูมิของการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ให้ความร้อนสูง 3200 องศาเซลเซียสและจะไม่มีเขม่าหรือควัน

2. การเชื่อมไฟฟ้า ( Arc Welding ) การเชื่อมไฟฟ้าหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการเชื่อมโลหะโดยวิธีการเชื่อม “อาร์ค” ความร้อนที่ใช้ในการเชื่อมเกิดจากประกายอาร์คระหว่างชิ้นงานและลวดเชื่อมซึ่งหลอมละลายลวดเชื่อมจะทำหน้าที่ป้อนเนื้อโลหะให่แก่แนวเชื่อม

3. การเชื่อมอัด ( Press Welding ) การเชื่อมอัดหมายถึงการประสานโลหะ 2 ชิ้นให้ติดกันโดยใช้ความร้อนกับชิ้นงานในบริเวณที่จะทำการเชื่อมจากนั้นใช้แรงอัดส่วนที่หลอมละลายจนกระทั่งชิ้นงานติดกันเป็นจุดหรือเกิดแนวความร้อนที่ใช้ได้จากความต้านทานไฟฟ้าเช่นการเชื่อมจุด ( Spot Welding )

4. การเชื่อม TIG ( Tungsten Inert Gas Welding ) เป็นวิธีการเชื่อมโลหะโดยใช้ความร้อนที่เกิดจากการอาร์คระหว่างลวดทังสเตนกับชิ้นงานโดยมีแก๊สเฉื่อยปกคลุมบริเวณเชื่อมและบ่อหลอมละลายเพื่อไม่ไห้บรรยากาศภายนอกเข้ามาทำปฏิกริยาตรงบริเวณที่เชื่อม

5. การเชื่อม MIG ( Metal Inert Gas Welding ) การเชื่อม MIG เป็นกระบวนการเชื่อมที่ได้รับความร้อนจากการอาร์คระหว่างลวดเชื่อมกับชิ้นงานลวดเชื่อมที่ใช้จะเป็นลวดเชื่อมเปลือยที่ส่งป้อนอย่างต่อเนื่องไปยังบริเวณอาร์คและทำหน้าที่เป็นโลหะเติมลงยังบ่อหลอมละลายบริเวณบ่อหลอมละลายจะถูกปกคลุมไปด้วยแก๊สเฉื่อยเพื่อไม่ให้เกิดการรวมตัวกับอากาศ

6. การเชื่อมใต้ฟลักซ์ ( Submerged Arc Welding ) การเชื่อมใต้ฟลักซ์เป็นกระบวนการเชื่อมไฟฟ้าที่ได้รับความร้อนจากการอาร์คระหว่างลวดเชื่อมเปลือยกับชิ้นงานเชื่อมโดยจะมีฟลักซ์ชนิดเม็ด ( Granular Flux ) ปกคลุมบริเวณอาร์คและฟลักซ์ส่วนที่อยู่ใกล้กับเนื้อเชื่อมจะหลอมละลายปกคลุมเนื้อเชื่อมเพื่อป้องกันอากาศภายนอกทำปฏิกริยากับแนวเชื่อมส่วนฟลักซืที่อยู่ห่างจากเนื้อเชื่อมจะไม่หลอมละลายและไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก

วันนี้เรามาแนะนำสถานที่ทำงานสำหรับผู้ที่ต้องการหางาน ช่างเชื่อม (Welder) ในการประกอบอาชีพกัน

1.บริษัท โรงเลื่อยจักรชัยประดิษฐ์ จำกัด รับสมัครพนักงานตำแหน่ง ช่างเชื่อม (Welder)/ช่างไฟฟ้า

รายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบ : เพศ : ชาย – อายุ(ปี) : 25 – 35 – ระดับการศึกษา : ต่ำกว่า ม.6 – ปวส. – ประสบการณ์(ปี) : 3ปีขึ้นไป

อัตรา/ เงินเดือน : 2 อัตรา เงินเดือน ไม่ระบุ

ติดต่อ – สอบถาม : บริษัท โรงเลื่อยจักรชัยประดิษฐ์ จำกัด 21/7 หมู่ 3 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 74000 ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร74000 ประเทศไทย โทร : 034 466240-1 ต่อ 101 อัพเดทเมื่อวันที่ 31/12/2561

2.บริษัท ชูไก จำกัด (มหาชน ) รับสมัครพนักงานตำแหน่ง ช่างเชื่อม (Welder)

รายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบ : เพศ : ชาย – อายุ(ปี) : 25 – 35 ปีขึ้นไป – ระดับการศึกษา : ต่ำกว่า ม.6 – ม.6 – ประสบการณ์(ปี) : 5 – 5 ปีขึ้นไป – ปฏิบัติงาน เชื่อม ให้ถูกต้องตามกฎระเบียบของบริษัท – เชื่อมงานท่อ และงาน Static Equipment ให้ได้ตามมาตราฐานและข้อกำหนดของนายจ้างหรือลูกค้า – ควบคุมวัสดุสิ้นเปลืองในงานเชื่อม – เตรียมอุปกรณ์สำหรับงานเชื่อม รู้จักการใช้เครื่องมือ เครื่องจักร ในงานหน่วยงาน Febrication ให้มีสภาพพร้อมใช้งานและดูแลเครื่องมือในการใช้งาน – รายงานผลการทำงาน ปัญหาในงานให้แก่ผู้บังคับบัญชาตามสายงานขึ้นไป – แก้ไขงานเชื่อมที่เกิดจากข้อบกพร่องจากงานเชื่อมได้ทันทีและผ่านการตรวจสอบ – ต้องแจ้งผู้บังคับบัญชาทันทีหากมีเหตุการณ์ที่ไม่ปลอดภัยในงานหรือเกิดอุบัติเหตุกับทีมงานโดยเร่งด่วน ด้วยวาจาหรือเครื่องมือสื่อสารให้กับผู้บังคับบัญชาทราบ – ดูแลทรัพย์สินของบริษัทและของลูกค้าหรือนายจ้างไม่ให้สูญหายอย่างเคร่งครัด – ทำความสะอาดหน้างานทุกครั้งหลังการดำเนินการ – งานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย

อัตรา/ เงินเดือน : 2 อัตรา เงินเดือน ไม่ระบุ ติดต่อ – สอบถาม : บริษัท ชูไก จำกัด (มหาชน ) 44/88 หมู่ที่ 1 ตำบลศีรษะจรเข้ใหญ่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ10570 ประเทศไทย โทร : 027150000 ต่อ 1020-1021 อัพเดทเมื่อวันที่ 31/12/2561

ช่างติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ ผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์…!!!

ช่างติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์  ( Computer  System) ในการใช้คอมพิวเตอร์ทำงานแล้วให้ได้ผลลัพธ์ออกมาตามความต้องการของผู้ใช้งานนั้น  ย่อมต้องมีองค์ประกอบที่เรียกว่า ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายประเภททำงานร่วมกัน โดยมีคำสั่งหรือที่เรียกว่าโปรแกรมเป็นตัวสั่งการให้อุปกรณ์เหล่านั้นทำงานได้ตามที่มนุษย์ต้องการ ดังนั้นเมื่อกล่าวถึงระบบคอมพิวเตอร์สิ่งสำคัญของระบบจึงได้แก่ ฮาร์ดแวร์(hardware) ซอฟต์แวร์(software) และบุคลากร(Peopleware) นั่นคือ เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำงานได้ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ คือ

ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หมายถึง ส่วนประกอบ โครงสร้าง รวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงที่สนับสนุนการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์  อุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้มนุษย์สามารถมองเห็นและสัมผัสได้  หน้าที่ของฮาร์ดแวร์ก็คือ  ทำงานตามคำสั่งควบคุมการทำงานต่างๆ  ที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ

ซอฟแวร์ (Software) คือ  คำสั่ง หรือชุดคำสั่ง  ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์  และเป็นส่วนที่ทำให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ (ฮาร์ดแวร์)  สามารถสื่อสารกันได้

พีเพิลแวร์ (People Ware) หรือผู้ใช้ระบบ  ในระบบคอมพิวเตอร์ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นส่วนหนึ่งที่จะก่อใ้เกิดผลลัพธ์จากการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน ด้วยเหตุที่ว่ามนุษย์เป็นผู้สร้างชุดคำสั่งหรือโปรแกรมขึ้นมาเพื่อควบคุมการทำงานของเครื่องนั่นเอง

วันนี้เรามาแนะนำสถานที่ทำงานสำหรับผู้ที่ต้องการหางาน ช่างติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ ในการประกอบอาชีพกัน

1.มัลติคอม โน๊ตบุ๊คเซอร์วิส รับสมัครพนักงานตำแหน่ง ช่างติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์/ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ (ซอฟแวร์)

รายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบ : ชาย หรือ หญิง อายุ 18 ถึง 30 ปี – วุฒิการศึกษา ไม่จำกัด – แก้ไขปัญหาซอฟแวร์เบื้องต้น – สามารถลง windows driver programs ได้รวดเร็ว – สามารถตรวจเช็คคอมพิวเตอร์ Notebook,PC เบื้องต้นได้ – สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี – เคยผ่านงานร้านขาย ร้านซ่อม Notebook จะพิจารณาเป็นพิเศษ

อัตรา/ เงินเดือน : 2 อัตรา เงินเดือน 9,001 – 10,000 ฿

ติดต่อ – สอบถาม : มัลติคอม โน๊ตบุ๊คเซอร์วิส 312/1 อาคารคอมพิวเตอร์พลาซ่า ชั้น2 ห้อง B22 ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 จังหวัด เชียงใหม่ โทร : 085-1511661,094-6251717 อัพเดทเมื่อวันที่ 29/12/2561

2.บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) รับสมัครพนักงานตำแหน่ง ช่างติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์/ช่างคอมพิวเตอร์ วิ่งงาน Onsite จ.บุรีรัมย์ (มีรถยนต์ส่วนตัว)

รายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบ : เพศ ชาย อายุไม่เกิน 35 ปี (ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว) – วุฒิการศึกษาตั้งแต่ ปวช. – ปริญญาตรี สาขาที่เกี่ยวข้อง หรือมีประสบการณ์ – มีความสามารถในการติดตั้ง บำรุงรักษา และแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ – มีความกระตือรือร้นในการทำงาน – มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่สูง มนุษย์สัมพันธ์ดี มีใจรักงานบริการ = มีความอดทนต่อแรงกดดันลูกค้าได้ดี – สามารถขับขี่รถยนต์ได้และมีใบขับขี่ (ใช้รถส่วนตัว) – ทำงานในจังหวัดบุรีรัมย์ได้

อัตรา/ เงินเดือน : 1 อัตรา เงินเดือน ตามโครงสร้างบริษัทฯ

ติดต่อ – สอบถาม : บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) อาคารเอสวีโอเอทาวเวอร์ 900/9 ถนน พระราม3 แขวง บางโพงพาง เขต ยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120 โทร : 02-816-7511 ต่อ 2846,2847 / 061-417-4755 อัพเดทเมื่อวันที่ 13/12/2561

3.บริษัท โกลบอล เทรดดิ้ง 365 จำกัด รับสมัครพนักงานตำแหน่ง ช่างติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์/ช่างคอมพิวเตอร์

รายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบ : เพศ ชาย ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา – อายุ ไม่เกิน 50 ปี – มีประสบการณ์ในการทำงานอย่างน้อย 1 ปี – มีความรับผิดชอบ และมีวินัยในการทำงานสูง – มีความขยัน ซื่อสัตย์ และ อดทนในการทำงาน

อัตรา/ เงินเดือน : 1 อัตรา เงินเดือน 18,000 ฿ หรือ ตามตกลง

ติดต่อ – สอบถาม : บริษัท โกลบอล เทรดดิ้ง 365 จำกัด 555/53-54 หมู่บ้านศวรรยา2 ซ.ประชาอุทิศ90 ตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์จังหวัดสมุทรปราการ 10290 โทร : 0927891915 อัพเดทเมื่อวันที่ 05/12/2561

วิศวกรซ่อมบำรุง หัวใจของการดูแลเครื่องจักร….!!!

วิศวกรซ่อมบำรุงมีบทบาทอย่างมากในการดำเนินงานของอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมการก่อสร้าง วิศวกรซ่อมบำรุงทำหน้าที่เป็นผู้วางแผนการผลิตและดูแลอุปกรณ์เครื่องจักรต่างๆเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้รวมถึงควบคุมงบประมาณ และดูแลเรื่องข้อกำหนดทางกฎหมายด้วย

ผู้บริหารเครื่องจักรกลการก่อสร้างจะต้องมองเห็นถึงความสำคัญของการซ่อมบำรุงรักษาในบรรดาค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรกลก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรักษาเป็นสิ่งที่ควบคุมง่ายที่สุด แต่ก็มักถูกมองข้ามบ่อยครั้งที่สุด ทั้งๆ ที่ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งานมักจะสูงกว่าราคาของเครื่องจักรกล สาเหตุของการมองข้ามความสำคัญของค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรักษาอาจเป็นเพราะ

– ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นสิ่งที่คาดหวังว่าต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว

– เป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อยๆ พอกพูนขึ้นทีละน้อยๆ ตลอดช่วงอายุการใช้งานของเครื่องจักรกล

– มักถูกละเลยไม่มีการแสดงรายละเอียด และเสนอต่อผู้บริหาร

– ค่าใช้จ่ายในส่วนของการบำรุงรักษาประจำวันมักต่ำจนมองไม่เห็นหรือรู้สึกได้

– การใช้จ่ายที่ต้องเสียไปเนื่องจากเครื่องจักรกลหยุดการทำงาน มักไม่นำมารวมอยู่ในรายการ

บำรุงรักษาและการซ่อมแซมสำหรับวิศวกรซ่อมบำรุง

การจัดการบำรุงรักษาและการซ่อมแซมที่ดี จะต้องมีแผนงานที่เป็นระบบทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งฝ่ายซ่อมบำรุงรักษา และฝ่ายปฏิบัติงานสามารถคาดหวังในสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ นั้นคือจะต้องมีการเก็บข้อมูลต่าง ๆ เช่น ค่าใช้จ่าย และจำนวนชั่วโมงหรือระยะทางที่ปฏิบัติงานเพื่อกำหนดขั้นตอนในการบำรุงรักษาให้ทุกๆฝ่ายปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเป็นระบบเพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน หัวใจของการจัดการของวิศวกรซ่อมบำรุงก็คือ การซ่อมบำรุงรักษาอย่างมีแผน หรือ การซ่อมบำรุงตาม

วันนี้เรามาแนะนำสถานที่ทำงานสำหรับผู้ที่ต้องการหางาน วิศวกรซ่อมบำรุง ในการประกอบอาชีพกัน

1.บริษัท ไอยรา อินเตอร์เทรด จำกัด รับสมัครพนักงานตำแหน่ง วิศวกรซ่อมบำรุง/ผู้จัดการแผนกซ่อมบำรุง

รายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบ : เพศชาย อายุ 25 ปีขึ้นไป – วุฒิปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์เครื่องกล – ไฟฟ้า หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง – มีประสบการณ์การซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักรอย่างน้อย 3 ปี – มีความรู้เรื่องระบบ PCL, PM, CM – มีภาวะการเป็นผู้นำ

อัตรา/ เงินเดือน : 1 อัตรา เงินเดือน 30,000 – 50,000 ฿

ติดต่อ – สอบถาม : บริษัท ไอยรา อินเตอร์เทรด จำกัด เลขที่ 121 อาคารอาร์ เอส ทาวเวอร์ ห้องเลขที่121/071 ชั้นที่22 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 14000 โทร : 02-012-6456 #118 อัพเดทเมื่อวันที่ 11/12/2561

2. บริษัท ซันเมอรี่ จำกัด รับสมัครพนักงานตำแหน่ง วิศวกรซ่อมบำรุง

รายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบ : ปริญญาตรี วิศวกรรมเครื่องกล ไฟฟ้า หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง – มีประสบการณ์ด้านซ่อมบำรุงเครื่องจักร 3 ปี ขึ่นไป – มีความรู้พื้นฐานด้านเครื่องจักรกลในโรงงานอุตสาหกรรม – มีความรู้ทางด้านการซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน

อัตรา/ เงินเดือน : 1 อัตรา เงินเดือน ไม่ระบุ

ติดต่อ – สอบถาม : บริษัท ซันเมอรี่ จำกัด 150/86-87 ม.3 ซ.วงศ์แพทย์ ถ.เทพารักษ์ ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี  จังหวัดสมุทรปราการ 10540 โทร : 02-385-5593 – 4 ต่อ 532 อัพเดทเมื่อวันที่ 11/12/2561

รับผลิต ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง ลูกค้าสามารถควบคุมการผลิตได้ทุกขั้นตอน

ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตามการออกแบบบรรจุภัณฑ์บางครั้งอาจจะเกิดความผิดพลาดในงานออกแบบได้ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ที่ซ้ำกันกับชื่อของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์บางประเภทได้ถือได้ว่าประสบความสำเร็จกับงานโฆษณาชิ้นนี้เพราะช่วยดึงดูดความน่าสนใจจากผู้คนได้เป็นจำนวนมากเพราะถ้าหากทำผิดพลาดและไม่ถูกใจลูกค้าขึ้นมานอกจากจะเสียเครดิตแล้วยังอาจจะทำให้ไม่ได้รับค่าจ้างเลยทีเดียว นั้นไม่ใช่เพียงแค่มีความคิดสร้างสรรค์เพียงอย่างเดียวก็จะออกแบบได้ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทีนี้เราลองมาดูกันดีกว่าว่าความผิดพลาดใดบ้างที่มักเกิดขึ้นกับนักออกแบบโลโก้อยู่เป็นประจำ และยังเป็นอีกไอเดียการออกแบบที่สร้างสรรค์ของงานออกแบบที่ไม่เหมือนใครบ่อยครั้งที่เราพบว่างานออกแบบนั้นมีมากมายเหลือเกิน เลือกใช้สีผิด ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง ความผิดพลาดในการใช้สีนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยมากๆสำหรับงานออกแบบ สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ก็คือเพราะในกระบวนการออกแบบบรรจุภัณฑ์นั้น จริงๆ แล้วต้องมีการกำหนดโครงสร้าง รูปทรง เพราะบางครั้งเราก็เลือกใช้สีตามใจเรามากเกินไปซึ่งผลที่ออกมาก็คือสีที่ใช้ไม่ตรงกับธุรกิจของลูกค้าและไม่เกิดการดึงดูดให้มีความน่าสนใจเลยทีเดียว เกิดความแตกต่างและผู้ชมสามารถแยกแยะแบรนด์ได้เชื่อว่าหลายๆ คนที่รักในการวาดรูป หรือ ชอบคิดและขีดๆ เขียนๆ มีจินตนาการ ออกแบบโลโก้ไม่ตรงกับธุรกิจของลูกค้าในกรณีนี้มักจะมาจากการติดสไตล์ในงานออกแบบของเรามากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบโลโก้, งานออกแบบกราฟฟิค, งานออกแบบแฟชั่นออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง ขนาดและปริมาณโดยทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้การใช้งานที่เหมาะสมการสื่อสารที่ผิดพลาด ความผิดพลาดในลักษณะนี้มักจะมาจากการสื่อสารกัน ต่างใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นนักออกแบบแม้ว่าฝีมือจะไม่ได้ขั้นเทพและไม่ได้ร่ำเรียนมาทางนี้ เพื่อให้บรรจุภัณฑ์นั้นมีประโยชน์ต่อการใช้สอยได้อย่างมีประสิทธิภาพงานออกแบบ ของนักออกแบบและลูกค้าที่ผิดพลาดซึ่งทำให้งานที่ออกมานั้นผิดไปจากความต้องการของลูกค้าได้

ทางที่ดี ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง เราควรจะวางแผนการดีลกับลูกค้าให้ดี นั้นมันก็ดูจะกว้างขวางสำหรับยุคนี้ซึ่งเป็นยุคดิจิตอล และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ได้อย่างแท้จริงด้วย แต่สุดท้ายแล้วลูกค้ากลับนำไปใช้งานคนละประเภทกันกับโหมดสี มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยโปรแกรมที่ทันสมัยสามารถช่วยให้คนที่วาดรูปไม่เป็นหรือไม่เก่งสามารถเป็นนักออกแบบ เพิ่มความเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือ กรณีนี้มักจะเกิดขึ้นกับนักออกแบบมือใหม่เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเมื่อเราออกแบบมาอย่างดีแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว ซึ่งงานออกแบบที่เรากำลังจะพูดถึงนั้นเป็นงานออกแบบที่หลายคนมองข้าม และบางคนยังสามารถรับงานด้านนี้เป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริมได้ และคิดว่าไม่สำคัญ เมื่อนำมาใช้งานบนเว็ปไซต์ด้วยก็จะยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือและดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง ออกแบบโดยไม่มีการร่างไว้ก่อน ความผิดพลาดในรูปแบบนี้มักจะทำให้เราเสียเวลาในงานออกแบบมากขึ้น ซึ่งก็คือ การคิดออกแบบบรรจุภัณฑ์นั้น นักแบบมือสมัครเล่นหลายๆคนสามารถใช้งานได้ไม่ยากหากมีการฝึกฝนและเรียนรู้ หากเรายังไม่มีความชำนาญมากพอ งานออกแบบบรรจุภัณฑ์ บอกเลยว่านัก ออกแบบ มือสมัครเล่นนี้มีเยอะกว่าที่คุณคิด หรือบางครั้งยังทำให้เราต้องแก้รูปแบบของงานไปเรื่อยๆ ไม่มีวันจบอีกด้วย ทางที่ดีเราควรร่างแบบโลโก้ของเราเอาไว้ให้ชัดเจนเสียก่อน แล้วค่อยลงมือทำในคอมพิวเตอร์อีกที ซึ่งบางครั้งงานง่ายๆราคาไม่สูงมือสมัครเล่นเหล่านี้สามารถทำได้และทำกันเป็นอาชีพเลย ทางที่ดีเราควรจะสื่อสารกับลูกค้าให้ดีก่อนว่าต้องการใข้ในงานไหนเป็นหลัก สามารถแสดงถึงความเป็นมาของแบรนด์ได้ ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง ที่สำคัญยังช่วยส่งเสริมให้ผู้สนใจมาร่วมลงทุน เพื่อให้บรรจุภัณฑ์นั้นรักษาคุณภาพของสินค้าเอาไว้ได้ตลอดอายุการใช้งาน ก็จำเป็นที่จะต้องว่าจ้างนักออกแบบที่มีประสบการณ์และผลงานในการออกแบบเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ

ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง จุดประสงค์ของปฏิทินเพื่อใช้เป็นของชำร่วยแจกจ่ายช่วงสิ้นปี แบบธรรมดาลงบนหน้าหนังสือพิมพ์อาจจะดูธรรมดาทั่วไป ทำงานตรงตามความต้องการของลูกค้า โดยบางคนอาจมองว่าแค่ใช้บรรจุภัณฑ์ง่ายๆ ที่สามารถบรรจุสินค้าได้ก็เพียงพอแล้ว ในการจัดทำปฏิทินจะมีการเอาใจใส่ในคุณภาพทางการพิมพ์มากกว่างานพิมพ์ ประเภทจุลสารหรือวารสารทั่วไป ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องถ้าหาก และเราก็จะได้งานบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์และตรงกับความต้องการได้อย่างแท้จริง แบรนด์ของเราเป็นที่รู้จักแล้ว มุ่งมั่นให้บริการในด้านการออกแบบ เรามีทีมงานนักออกแบบมืออาชีพและมากด้วยประสบการณ์ที่จะสร้างผลงานการออกแบบที่ดีที่สุด เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ รับรองว่าสามารถทำรายได้เป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักได้สบายๆ เลยทีเดียว ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง ไม่ได้ดึงดูดความน่าสนใจจากคนอ่านเท่าที่ควร เพื่อให้บรรจุภัณฑ์สื่อสารกับผู้บริโภค และสร้างคุณลักษณะในเชิงศิลปะ ความโดดเด่นของบริษัทหรือสินค้า โดยเน้นการออกแบบความต้องการและวัตถุประสงค์ของลูกค้าเป็นสำคัญ นักออกแบบของเรามีความเข้าใจในทุกขั้นตอนการผลิตงานสื่อสิ่งพิมพ์เป็นอย่างดี เรียกได้ว่ามีความสำคัญต่อการสร้างแบรนด์ให้กลายเป็นที่รู้จักได้มากขึ้น เพื่อให้เกิดการจดจำของลูกค้า แต่ถ้าหากแบรนด์ของเรายังไม่เป็นที่รู้จักมากพอ ด้วยเหตุผลหลายประการที่เอื้ออำนวยให้ผู้บริโภคทั้งหลายหันมาให้ความสนใจ ซึ่งไม่เพียงแค่ในด้านของการขายผลิตภัณพ์เท่านั้น และคำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้าอย่างสูงสุด โดยเรารับงานออกแบบหลากหลายประเภท ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจนั้นจะเป็นสิ่งที่ช่วยดึงดูดให้คนรู้จักมากขึ้น ได้สร้างสรรค์ผลงานการออกแบบที่น่าสนใจ ด้วยเพราะเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้นนั่นเอง จะมีความสำคัญกับเว็ปไซต์อย่างไรบ้างเราลองมาดูกันเลย

ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง เราเล็งเห็นถึงความสำคัญของการทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่จดจำของกลุ่มลูกค้าของคุณ ออกแบบให้สดุดตาคนอ่าน เป็นตัวกำหนดราคาสินค้าในอีกคุณลักษณะหนึ่ง ช่วยกำหนดทิศทางของได้ ผู้ประกอบการหลายแห่งจึงหันมาให้ความสำคัญในส่วนนี้ ในการออกแบบให้เหมาะสมกับเนื้อหาบนนั้น เพราะถ้าบรรจุภัณฑ์ดี เราจึงมุ่งมันให้บริการที่สามารถจบในที่เดียวได้ด้วยบริการออกแบบและพิมพ์สติ๊กเกอร์หรือฉลากสินค้า ก็จะช่วยเสริมให้ราคาสินค้าสูงขึ้นได้ด้วย เป็นสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติซึ่งใช้กันทั่วไปในสมัยก่อน ถ้ามองผ่านๆก็คงเหมือนการจัดองค์ประกอบที่แปลกๆ สีที่สื่อถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและทุกสิ่งที่เกี่ยวกับกิจกรรมกลางแจ้ง การทแยงมุม การเอียงของตัวหนังสือที่ไม่เหมือนหน้าอื่น ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง เพื่อช่วยให้ผู้คนจดจำแบรนด์และทำให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นกว่าใครด้วยฉลากสินค้าที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ เฉพาะของแบรนด์คุณที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประวัติอันยาวนานและสง่างาม สร้างการจดจำและแยกแยะ เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ในขณะที่วัฒนธรรมในเอเชียหลายแห่ง

เรียวกัง ที่พักดั้งเดิมของญี่ปุ่น…!!!

เรียวกัง คือโรงแรมขนาดเล็ก หรือโรงเตี๊ยมในประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีต้นกำเนิดในสมัยยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603 – ค.ศ. 1868) โดยมักตั้งอยู่รายรอบทางหลวงสำคัญในอดีตเพื่อรองรับผู้เดินทางไปมา โดยปกติเรียวกังจะมีจุดเด่นคือ ห้องพักปูเสื่อ อ่างอาบน้ำรวม และบริเวณสาธารณะที่ผู้เข้าพักจะต้องสวมยูกาตะ

การเข้าพักในเรียวกังคืนหนึ่งนั้น โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 10,000 เยน จนอาจสูงถึง 100,000 เยน สำหรับเรียวกังระดับหรูๆ นอกจากนี้เรียวกังส่วนใหญ่จะให้บริการแพลนที่พักพร้อมอาหาร 2 มื้อ คืออาหารเย็นและอาหารเช้า แต่ในปัจจุบันหลายๆแห่งได้เพิ่มแพลนให้หลากหลายขึ้นตามความต้องการของผู้เข้าพัก เช่น อาหารเช้าเพียงมื้อเดียว หรือห้องพักไม่รวมอาหาร เวลาเข้าพักที่เรียวกังแท้ๆ แขกจะต้องถอดรองเท้าที่ประตูทางเข้า และเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะสำหรับใส่ภายในบ้าน เหมือนกับธรรมเนียมการเข้าบ้านเรือนของชาวญี่ปุ่นทั่วๆ ไป ภายในเรียวกัง บางจุดก็จะปูด้วยเสื่อทาทามิ ถ้าเข้าไปในห้องที่ปูด้วยเสื่อ ทาทามิ ก็จะต้องถอดรองเท้าแตะ ซึ่งจริงๆ แล้วธรรมเนียมแบบนี้ก็ยังช่วยรักษาความสะอาดให้กับแขกที่จะเข้าพักคนต่อๆ ไปอีกด้วย

เรียวกังจะพบยากในเขตโตเกียว รวมถึงเมืองใหญ่อื่นๆเนื่องจากมีราคาแพงมากเมื่อเทียบกับโรงแรมทั่วๆไป โดยชาวญี่ปุ่นหันมาใช้บริการโรงแรมกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบัน ในเมืองใหญ่บางแห่งยังพบเรียวกังในราคาที่เหมาะสม ที่มีราคาเริ่มต้นเพียง 1200 บาทต่อคืนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เรียวกังมักจะพบในบริเวณที่มีทัศนียภาพสวยงาม เช่น บริเวณภูเขา และชายทะเล เป็นต้น ในปัจจุบันนั้นได้มีการพัฒนาเรียวกังให้เป็นคอนเซปในการออกแบบของโรงแรมในเครือสมัยใหม่ซึ่งมีชื่อว่า “โฮชิโน รีสอร์ต” ซึ่งได้เปิดให้บริการเรียวกังในเมืองคารุอิซาวะ ในปีค.ศ. 1914

 

วันนี้เรามี 6 ที่พักเรียวกังที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นมาแนะนำกัน มีที่ไหนกันบ้าง ไปรับชมกันได้เลย

  1. เรียวกัง Kinugawa Kanaya Hotel – Tochigi เริ่มนับถอยหลังที่อันดับสุดท้าย คือ โรงแรมเรียวกังคินุกาวะ คานายะ (Kinugawa Kanaya) ตั้งอยู่ในจังหวัดโทจิงิ การเดินทาง 2 ชั่วโมงมุ่งหน้าสู่ทางทิศเหนือของกรุงโตเกียวจะพาคุณไปพบกับทิวทัศน์ชนบทอันยอดเยี่ยม ที่แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “วิลล่าแห่งหุบเขา” (the villa of valleys) สิ่งแรกที่จะเข้ามาทักทายสายตาของคุณเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างของโรงแรมเรียวกังคินุกาวะ คานายะ คือ สีสันที่สวยงามของธรรมชาติตามไหล่เขาและบริเวณใกล้แม่น้ำคินุกาวะ (Kinugawa River) นอกจากนั้นคุณยังสามารถชื่นชมความงดงามของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่จากบ่ออาบน้ำร้อนกลางแจ้งของโรงแรม หรือจะอยู่ด้านในห้องที่อบอวลด้วยกลิ่นอโรม่าของต้นสนไซเปรสก็ได้
  2. เรียวกัง Ryokan Biyunoyado เป็นเรียวกังที่มีออนเซ็นในตัวทั้งแบบในร่ม และกลางแจ้ง อยู่ใกล้สถานีรถไฟ Yudanaka Station โดยใช้เวลาเดินเพียงแค่ 10 นาที อีกทั้งเรียวกังมีบริการรถรับส่งจากสถานีไปยังเรียวกัง นอกจากนี้อาหารของเรียวกังยังมีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับญี่ปุ่น ทำให้แขกที่เข้าพักหลายท่านยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่ารสชาติอร่อยแบบดั้งเดิม
  3. เรียวกัง Tobira Onsen Myojinkan – Nagano โทบิระ ออนเซ็น เมียวจินคัง (Tobira Onsen Myojinkan) เป็นที่ชื่นชอบในหมู่ผู้คนท้องถิ่นมาเกือบศตวรรษ เรียวกังที่มาพร้อมบ่ออาบน้ำร้อนอันน่าประทับใจแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1931 อยู่ไม่ไกลจากกรุงโตเกียว ในจังหวัดนากาโน่ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นที่ตั้งของเทือกเขาแอลป์แห่งประเทศญี่ปุ่น ด้วยเหตุนี้เองสถานที่แห่งนี้จึงให้บรรยากาศเหมือนได้เข้าไปในวิลล่าบนสกีรีสอร์ท
  4. เรียวกัง Oyado Yamakyu เรียวกังแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมือง Takayama ซึ่งมีใจกลางเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี และมีเนื้อวากิวที่แสนอร่อยคุ้มค่าแก่การเดินทางไปลิ้มลอง นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งหลายแห่งที่ช่วยคลายความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการท่องเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ตลอดทั้งวัน
  5. เรียวกัง Fontaine Bleau Sengokutei – Kanagawa ฟงแตง โบล เซนโงคุเทอิ (Fontaine Bleau Sengokutei) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาฮาโกเนะ (Hakone) ในจังหวัดคานากาว่า เรียวกังแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจในการก่อสร้างมาจากเขตฟงแตง โบล (Fontainebleau) ในประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากธรรมชาติบริเวณรอบ ๆ โรงแรมนั้น ชวนให้คิดถึงป่าฟงแตงโบลอันงดงาม
  6. เรียวกัง Jinpyokaku Honten โรงแรมเรียวกัง Jinpyokaku ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 1901 มีประวัติการให้บริการกว่า 110 ปี เคยให้การต้อนรับการเข้าพักของจักรพรรดิ และบุคคลสำคัญของญี่ปุ่นมากมาย โดยให้บริการห้องพักที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติซึ่งมีจำนวนเพียง 6 ห้องเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีบ่ออาบน้ำร้อนกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติ ที่ผู้เข้าพักทุกท่านสามารถอบอุ่นร่างกายได้ในขณะแช่น้ำ และมองหิมะที่ตกจากขุนเขา

ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ต้นแปะก๊วย …!!!

ต้นแปะก๊วย พืชพื้นเมืองเก่าแก่ที่มีมาแต่โบราณโดยเฉพาะในแถบประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น มีลำต้นขนาดใหญ่ ใบเป็นรูปพัด ต้นแปะก๊วยมีการนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาแบบแพทย์แผนจีนโดยเชื่อว่ามีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบสมอง ความคิด รวมถึงระบบไหลเวียนเลือด นอกจากนี้เมล็ดแปะก๊วยยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย

ต้นแปะก๊วย เป็นพืชอยู่ในวงศ์ Ginkgoaceae จัดเป็นสกุลพืชที่มีอายุมากที่สุดของพืชมีเมล็ดทั้งหมด คนมักจะเข้าใจว่าต้นแปะก๊วยเป็นพืชดอก แต่แท้จริงเป็นพืชไม่มีดอก คือ จิมโนสเปิร์ม เหมือนปรง สน เพราะเปลือกหุ้มเมล็ดที่อวบอ่อนนุ่ม ทำให้คิดว่าเป็นผล ต้นแปะก๊วย เป็นพืชที่มีทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย   ดอกตัวผู้จะออกเป็นช่อ ส่วนดอกตัวเมียออกเป็นกระจุกบริเวณปลายกิ่ง ใน 1 ดอก จะมีไข่ 2 อัน ต้นแปะก๊วยตัวผู้ออกดอกเป็นช่อสีเหลือง คล้ายหางกระรอก ติดอยู่ตรงปลายของกิ่งสั้น มากถึง 6 ช่อ ดอกตัวผู้สร้างละอองเกสรในระหว่างเดือนเมษายนจนถึงเดือนพฤษภาคม แล้วอาศัยแรงลมพัดพาไปสู่ดอกตัวเมียบนต้นตัวเมีย ต้นตัวผู้ออกดอกเป็นช่อมีสีเหลือง ช่อยาว 1.2-2.2 เซนติเมตร ช่อดอก อยู่ส่วนปลายของกิ่งสั้น ดอกตัวผู้ผลิตละอองเกสรช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ละอองเกสรตัวผู้ (รูปร่างคล้ายเรือ) จะถูกลมพัดไปที่ดอกที่ต้นตัวเมีย ต้นตัวเมียมีดอกตัวเมียเป็นดอกเดี่ยวหรือออกเป็นคู่ มีความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ตรงปลายก้านภายในดอกมีไข่อ่อนเจริญอยู่สองใบ เมื่อมีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ไข่อ่อนจะเจริญต่อไปเป็นเมล็ดที่ติดอยู่ที่กิ่งหรือแผ่นใบไข่อ่อนนี้เป็นผลสีเขียว สร้างเมล็ดที่ไม่มีรังไข่หุ้มเป็นช่อ ช่อละ 2 ผล

ความปลอดภัยในการรับประทานผลิตภัณฑ์จากต้นแปะก๊วย

การรับประทานแปะก๊วยหรือผลิตภัณฑ์จากต้นแปะก๊วยต่างๆ โดยทั่วไปแล้วค่อนข้างปลอดภัยหากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม แต่ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ปวดศีรษะ วิงเวียน ใจสั่น คลื่นไส้ แน่นท้อง ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ท้องผูก หรือท้องเสีย และอาจเกิดอาการแพ้ในผู้ที่แพ้แปะก๊วย

การรักษาด้วยผลิตภัณฑ์จากต้นแปะก๊วยที่อาจได้ผล

1.โรควิตกกังวล การขาดหลักฐานและข้อสรุปในปัจจุบันเกี่ยวกับประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จากต้นแปะก๊วยที่มีต่ออาการทางระบบประสาท เช่น ออทิสติก ภาวะซึมเศร้า สมาธิสั้น รวมถึงโรควิตกกังวล ทำให้มีการศึกษาโดยการทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับประสิทธิภาพของแปะก๊วยต่อโรคทางจิตประสาทรวมถึงโรควิตกกังวลทั่วไป

2.ความคิดความจำ ในปัจจุบันยังมีการถกเถียงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากต้นแปะก๊วยในการพัฒนาความคิดความจำ แต่งานวิจัยส่วนใหญ่แนะนำว่าการรับประทานผลิตภัณฑ์จากต้นแปะก๊วยอาจช่วยพัฒนาความคิดความจำและสมาธิได้เล็กน้อยในผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี

3.วิงเวียนศีรษะ เป็นอาการเกิดขึ้นบ่อยและมักพบในเพศหญิงมากกว่าในเพศชาย และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน พบว่าสารสกัดจากต้นแปะก๊วยมีประสิทธิภาพในการรักษาอาการวิงเวียนศีรษะเท่าเทียมกับเบตาฮีสทีน ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษาอาการวิงเวียนศีรษะอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

4.ภาวะ Tardive Dyskinesia เป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยารักษาโรคจิต ทำให้ผู้ป่วยมีความผิดปกติของการเคลื่อนไหวร่างกายแบบบิดไปมาหรือซ้ำ ๆ ในรูปแบบเดิมของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่บริเวณใบหน้า ซึ่งอนุมูลอิสระอาจมีส่วนเกี่ยวข้องต่อการเกิดภาวะนี้ พบว่าผลิตภัณฑ์จากต้นแปะก๊วยอาจมีประสิทธิภาพในการรักษาและบรรเทาอาการของภาวะดังกล่าวในผู้ป่วยจิตเภท

5.อาการก่อนมีประจำเดือน เป็นอาการเรื้อรังชนิดหนึ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ในวัยมีประจำเดือนต่อประสบพบเจอ ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้การรักษาด้วยสมุนไพรเป็นทางเลือกหนึ่งที่อาจช่วยบรรเทาอาการและเกิดผลข้างเคียงได้น้อยกว่า พบว่าความรุนแรงของอาการก่อนมีประจำเดือนทั้งทางร่างกายและทางจิตใจโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งในกลุ่มที่รับประทานผลิตภัณฑ์จากต้นแปะก๊วยมีความรุนแรงของอาการลดลงมาก

6.ต้อหิน เป็นสาเหตุที่นำไปสู่การสูญเสียเซลล์ปมประสาทม่านตาและใยประสาทแอกซอน (Axons) รวมถึงความดันตาที่เพิ่มสูงขึ้นอาจทำให้ตาบอด จึงเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จากต้นแปะก๊วยต่อความดันตา ทำให้มีงานวิจัยพบว่าการลดความดันตายังคงเป็นวิธีการรักษาต้อหินที่เป็นที่ยอมรับในปัจจุบัน

ท่องเที่ยว และเรียนรู้วิถีชีวิตหมู่บ้านญี่ปุ่น …!!!

หมู่บ้านญี่ปุ่น คนไทยอาจจะคุ้นเคยกับหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณอย่างชิราคาวาโก (Shirakawa-go) กันมาบ้างแล้ว แต่หลายคนอาจจะไม่ทราบว่ายังมีอีกหนึ่งหมู่บ้านญี่ปุ่นที่เป็นเหมือนหมู่บ้านฝาแฝดกับชิราคาวาโกอยู่ด้วย

หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันแสนสวยงามและเงียบสงบ เสมือนหนึ่งว่านาฬิกาได้หยุดเดินไปแล้วที่หมู่บ้านแห่งนี้ กล่าวถึงหุบเขาโกคายามะที่ตั้งอยู่ทางฝั่งใต้ของจังหวัดโทยามะนั้น ว่ากันว่า ที่มาของชื่อโกคายามะ มาจาก 5 เนินเขาที่ตั้งอยู่ท่ามกลางแม่น้ำโช แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนสนใจมากกว่าตัวหุบเขา คือข้อสงสัยที่ว่า ทำไมหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณที่มีอายุยาวนานกว่า 100 – 400 ปี ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ได้นานขนาดนั้น ท่ามกลางหิมะที่ตกถาโถม เนื่องจากเป็นจุดที่มีหิมะตกหนักมากแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

ความเจ๋งอีกอย่างคือโครงสร้างของตัวหลังคาที่ไม่ได้ใช้ตะปูสักตัว โดยบ้านทั้งหลังสร้างจากวัสดุทางธรรมชาติ แถมยังหันหน้าไปทางเดียวกับตามทิศทางลมเพื่อความอบอุ่นในหน้าหนาวและเย็นสบายในหน้าร้อน ลักษณะโครงสร้างบ้านแบบนี้ ถือเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ชาวญี่ปุ่นภาคภูมิใจและร่วมกันอนุรักษ์ไว้ กลายเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณแห่งหนึ่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนป็นมรดกโลก และในปี ค.ศ.2015 นี้ จะครบรอบ 20 ปีพอดี สำหรับการได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของหมู่บ้านที่มีโครงสร้างแบบกัสโชสึคุริในโกคายามะ ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกัน 2 หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในหุบเขาเดียวกัน

หมู่บ้านแรก ชื่อหมู่บ้านไอโนะคุระ (Ainokura) กับบรรยากาศสวยๆ ณ ดินแดนแห่งฟาร์ม เสน่ห์ของกำแพงหิน เพลินเพลินกับพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นของไอโนะคุระ (Ainokura Folk Museum) บ้านแบบกัสโชสึคุริ เรียนรู้วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และการสื่อสารแบบคนท้องถิ่น เสมือนหนึ่งได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต ส่วนอีกหนึ่งหมู่บ้านญี่ปุ่น คือหมู่บ้านสุกะนุมะ (Suganuma) กับประสบการณ์ที่พาคุณย้อนไปสัมผัสกับเรื่องราววันวานของโกคายามะ ผ่านพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นอย่าง โกคายามะ มินโซคุคัง (Gokayama Minzoku-kan) และ โกคายามะ เอนโช โนะ ยะคะตะ (Gokayama Ensho no Yakata) เป็นต้น

วันนี้เราขอแนะ 8  หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และยังได้รับกลิ่นอายในบรรยากาศเก่าๆ ของญี่ปุ่นในสมัยโบราณ พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

  1. หมู่บ้านญี่ปุ่นชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) ตั้งอยู่ในจังหวัดกิฟุ เชื่อว่าหมู่บ้านญี่ปุ่นสไตล์กัชโชสึคุริ (Gasshou tsukuri) ที่มีหลังคาลักษณะคล้ายพนมมือไหว้แห่งนี้น่าจะเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของใครหลายคนแน่นอน ด้วยบรรยากาศที่ดูเหมือนได้ย้อนยุคกลับไปในสมัยโบราณของหมู่บ้านเล็กๆ ที่ถูกโอบล้อมไว้ด้วยภูเขาสูงใหญ่และต้นไม่เขียวขจี
  2. หมู่บ้านญี่ปุ่น Kitashiobara (北塩原村), จังหวัด Fukushima, ภูมิภาค Tōhoku เป็นหมู่บ้านญี่ปุ่นที่แฝงตัวอยู่ในป่าเขา เพราะพื้นที่มากกว่า 80% ของหมู่บ้านเป็นพื้นที่ป่า ทำให้เป็นหมู่บ้านที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดหมู่บ้านหนึ่งของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบขนาดใหญ่ตามธรรมชาติที่มีสีสันสวยงามมากด้วย
  3. หมู่บ้านญี่ปุ่น ซันมาจิ (Sanmachi old town) เป็นส่วนหนึ่งของย่านฮิดะ ทาคายาม่า (Hida Takayama) ในจังหวัดกิฟุ สำหรับชื่อ ซันมาจิ ก็คือชื่อเรียกรวมของถนน 3 สาย ซึ่งนับรวมย่านอาคารบ้านเรือนเก่าแก่อายุนับร้อยปีของเหล่าพ่อค้าและได้รับการขนานนามว่าเป็นย่านเมืองเก่า อาคารส่วนใหญ่ที่นี่สร้างโดยคหบดีผู้มั่งคั่งในอดีต
  4. หมู่บ้านญี่ปุ่น Kiso-cho (木曽町), จังหวัด Nagano, ภูมิภาค Chubu เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่น่าสนใจของจังหวัดนากาโน่ มีบรรยากาศบ้านเมืองเก่าของญี่ปุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม โดยมีโซนท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่ที่ถนนคนเดินเส้นโบราณที่ชื่อว่า Nakasendo รวมทั้งที่ราบสูง Kaida บริเวณเนินเขา Ontake ก็มีวิวทุ่งหญ้าสีเขียวที่เงียบสงบและสวยงามด้วย
  5. หมู่บ้านญี่ปุ่น ฮิดะ ฟุรุคาวะ (Hida Furukawa) เมืองเล็กๆ บรรยากาศสงบเงียบที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองคู่แฝดของเมืองเก่าฮิดะทาคายามา และยังเป็เขตหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ให้มีบรรยากาศญี่ปุ่นในสมัยเอโดะ ไฮไลท์ของที่นี่คือลำคลองใสสะอาดซึ่งเต็มไปด้วยฝูงปลาคาร์ฟหลากสีสันนับพันตัวให้ได้ชมกันเพลินๆ เรียกว่าเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของที่นี่เลย
  6. หมู่บ้านญี่ปุ่น Biei-cho (美瑛町), ภูมิภาค Hokkaido เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงด้านความงดงามของธรรมชาติมากที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะฮอกไกโด โดยคนท้องถิ่นตั้งฉายาว่า “เมืองบนเนิน” เพระาหมู่บ้านญี่ปุ่นนี้สร้างอยู่บนเนินเขา นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงด้านสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น โดยเฉพาะทุ่งดอกลาเวนเดอร์ด้วย

10 สวนผลไม้ แหล่งท่องเที่ยวที่ ได้รับความนิยม ในประเทศญี่ปุ่น

ช่วงต้นฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาที่มีผลไม้อร่อยๆ มากมาย 10 สวนผลไม้ มีเรือนกระจกที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถเก็บผลไม้ได้อย่างสนุกสนานเพลิดเพลินแม้ในวันฝนตก สามารถสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลง ของฤดูกาลต่างๆ ผ่านดอกไม้ที่เบ่งบาน และผลไม้ที่ออกผล ในแต่ละช่วงเวลามาตั้งแต่สมัยโบราณ และเนื่องจากญี่ปุ่นมีถึง 4 ฤดู จึงทำให้พืชผลต่างๆ มีความหลากหลาย และทุกๆปีดอกไม้และผลไม้ จะออกดอกออกผล ในช่วงฤดูกาลของมันเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง การเพลิดเพลินกับพันธุ์ไม้ และผลไม้ที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูนั้น ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวญี่ปุ่น และตลอดทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่น จะมีสวนผลไม้ที่นักท่องเที่ยว สามารถไปชิมผลไม้ได้อย่างไม่จำกัด 10 สวนผลไม้ ด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง ผลไม้หลายชนิดของญี่ปุ่น ได้ชื่อว่ามีรสชาติที่อร่อยกว่าที่ไหนๆ ต่อไปนี้เป็นบางส่วนของรายชื่อสวนเก็บผลไม้ ที่มีชื่อเสียงที่อยากแนะนำ นอกจากนี้ยังมีซอฟต์ครีมรสซะกุรัมโบะและซะกุรัมโบะพาร์เฟต์ให้ได้ชิมกันอีกด้วย จึงเป็นฤดูที่เหมาะกับการไปเที่ยว “เก็บผลไม้” จากในสวนทานกันได้สดๆ เป็นอย่างยิ่ง ที่ญี่ปุ่นมีสถานที่มากมายที่สามารถไปสัมผัสประสบการณ์เก็บผลไม้ทานกันสดๆได้ ในครั้งนี้จะขอเน้นไปที่ผลไม้ที่เก็บได้ยาวนานตั้งแต่ฤดูร้อนจนถึงฤดูใบไม้ร่วงอย่างองุ่นและลูกแพร์ โดยคัดสรร 2 จังหวัดที่มีปริมาณผลผลิตสูงนั่นคือ 10 สวนผลไม้ ลูกแพร์ของจังหวัดชิบะ และองุ่นของจังหวัดยะมะนะชิพร้อมทั้งแนะนำเสน่ห์ของผลไม้ในทั้งสองพื้นที่อย่างละเอียดและช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการกิน เมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น หลายท่านคงสนใจแวะสวนสตรอเบอรี่เพื่อทดลองเด็ดสตรอเบอรี่สดๆ จากต้นมารับประทาน ปกติการเก็บสตรอเบอรี่ในสวนไม่ใช่ทำได้ทุกสวน เราต้องเดินทางไปยังสวนที่มีบริการให้เก็บสตรอเบอรี่กินได้เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม 10 สวนผลไม้ ที่ให้บริการเก็บสตรอเบอรี่ได้เหล่านี้มักอยู่ห่างจากตัวเมือง และคุณมักต้องสื่อสารกับพนักงานที่สวนด้วยภาษาญี่ปุ่นเวลาโทรไปจอง ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดคือการซื้อทัวร์ที่ญี่ปุ่น (Optional tour) ที่เป็นทัวร์เก็บสตรอเบอรี่แล้วเดินทางไปพร้อมกับทัวร์ จะได้หมดปัญหาดังกล่าวข้างต้น ไปลองอิ่มเอมความสุขกับอากาศอันบริสุทธิ์พร้อมกับได้สัมผัสประสบการณ์ในสวนผลไม้กันเถอะ คนไทยที่ได้ชิมสตรอว์เบอร์รี่แสนอร่อยของญี่ปุ่น เป็นครั้งแรกร้อยทั้งร้อย จะต้องตกใจในรสหวาน สตรอว์เบอร์รี่ลูกใหญ่ ส่วนมาก จะปลูกอยู่ในโรงเรือนพลาสติก ซึ่งท่านสามารถเพลิดเพลิน กับการเด็ดสตรอว์เบอร์รี่สด จากต้นมาทานได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น และเนื่องจาก 10 สวนผลไม้ ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตสตรอว์เบอร์รี่นั้น ค่อนข้างยาว ดังนั้น ไม่ว่าท่านจะเดินทางไปญี่ปุ่นช่วงใดก็ตาม แต่ครั้งนี้ขอแนะนำสวนสตรอเบอรี่ที่สามารถไปเที่ยวได้ด้วยตัวเอง ขอแนะนำให้คุณโทรไปที่สวนเพื่อจองล่วงหน้า และเพื่อสอบถามรายละเอียดว่าช่วงที่คุณต้องการเดินทางไปทางสวนยังมีสตรอเบอรี่อยู่ไหม รวมทั้งสอบถามและทำการจองเวลาที่ทางสวนสะดวกให้เข้าไปเก็บสตรอเบอรี่ ก็สามารถหาโอกาสไปเด็ด สตรอว์เบอร์รี่สด มาทานได้เกือบตลอดทั้งปีทั่วประเทศญี่ปุ่น และที่ไม่ไกลจากโตเกียวได้แก่ จังหวัดจิบะ และจังหวัดชิซุโอะกะ ฤดูกาลที่เปิดให้เก็บสตรอว์เบอร์รี่ได้ ส่วนใหญ่เปิดบริการช่วง 10 สวนผลไม้ บางแห่งเปิดสวนตั้งแต่เดือน พ.ย. และบางแห่งก็เปิดให้เก็บได้จนถึงเดือน มิ.ย. แม้ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูเก็บสตรอว์เบอร์รี่ก็ตาม แต่บางครั้งหากมีผู้คนเดินทางไปกันมากๆ สตรอว์เบอร์รี่อาจมีไม่พอเพียงได้ เพื่อไม่ให้ไปเสียเที่ยว จึงควรโทรไปสอบถามที่สวนล่วงหน้า  ไม่ว่าจะเป็นซะกุรัมโบะ (เชอร์รี่ญี่ปุ่น) ลูกพีช บลูเบอร์รี่ ที่ส่งไปทั่วญี่ปุ่นนั้นผลิตจากในญี่ปุ่นเองทั้งสิ้น จังหวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องปริมาณผลผลิต คือ ชิบะ อิบะระกิ และฟุคุชิมะ

โดยเฉพาะในจังหวัดชิบะ 10 สวนผลไม้ ที่มีสภาพดินและสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกลูกแพร์และมีจำนวนการผลิตที่มากเป็นอันดับ 1 ในญี่ปุ่น เนื่องด้วยสภาพอากาศที่อบอุ่นและมีทะเลล้อมรอบทั้ง 3 ด้าน ดอกไม้ที่ชิบะจะบานก่อนเมืองใดในภูมิภาคคันโตและฤดูเก็บเกี่ยวก็เร็วกว่าภูมิภาคอื่นเช่นกัน และผลไม้ในฤดูกาลชนิดอื่นๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวที่สนุกสนานกันได้ทั้งผู้ที่พาเด็กเล็กไปด้วย เปลือกเป็นสีน้ำตาลมีชนิดรสชาติแบบอมหวาน(โคซุย) และอมเปรี้ยว(โฮซุย)ส่วนอะโอะนะชิ เรียกกันว่า “ศตวรรษที่ 20” นั้นเปลือกเป็นสีเขียว ที่จังหวัดชิบะเพาะปลูกกันโดยไม่ใช้ถุงครอบ โดนแดดอย่างเต็มที่ และมีปริมาณของความหวานสูงเป็นพิเศษ 10 สวนผลไม้ หวานฉ่ำอมเปรี้ยวสีแดงสด คือผลไม้ยอดนิยมของสาวๆ รวมถึงเด็กเล็กด้วย ปกติแล้วการเก็บผลไม้ อย่างลูกพีช สาลี่ ซะกุรัมโบะ (Sakuranbo) หรือเชอร์รี่ญี่ปุ่นนั้นเป็นกิจกรรมในช่วงต้นฤดูร้อน แต่สำหรับสตรอเบอร์รี่ที่ปลูกในโรงเรือนนั้นจะให้ผลผลิตมากที่สุดในช่วงตั้งแต่เดือนธันวาคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ในครั้งนี้จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนลองออกไปเที่ยวเก็บสตรอเบอร์รี่ก่อนถึงฤดูใบไม้ผลิกันดู ไปลองรู้จักลุกแพร์แต่ละชนิดกัน หรือไปกันเป็นครอบครัว มีผลผลิตของผลไม้มากมาย โดยเฉพาะ 10 สวนผลไม้ ที่มีช่วงออกผลสำหรับเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่ฤดูร้อนถึงฤดูใบไม้ร่วง เป็นที่รู้จักในฐานการผลิตขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และช่วงที่ดีที่สุดของการเก็บองุ่นทานคือปลายเดือนกรกฎาคม ปลายเดือนตุลาคมและยังมีหลากหลายสายพันธุ์ จึงสามารถไปเที่ยวและกลับเข้าเมืองได้ภายในวันเดียวกัน ฤดูเก็บสตรอเบอร์รี่ของที่นี่จะเริ่มในช่วงต้นเดือนมกราคมจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี ซึ่งสามารถเก็บสตรอเบอร์รี่ทานได้ไม่อั้นเป็นเวลา 30 นาที และยังมีบริการนมข้นหวาน และน้ำเชื่อมรสช็อกโกแลต พร้อมทั้งชาข้าวบาร์เลย์และขนมสำหรับน้ำชาไว้บริการฟรีอีกด้วย 10 สวนผลไม้ ที่นี่ปลูกสตรอเบอร์รี่ทั้งพันธุ์ยอดนิยมต่างๆ ไปจนถึงพันธุ์แปลกๆ ที่ไม่ค่อยได้เห็น รวมกว่า 15 สายพันธุ์ ให้ผู้มาเยือนได้ลองสัมผัสกับรสอร่อยอันหลากหลาย การมาที่นี่ไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้าแต่ใช้ระบบใครมาก่อนก็จะได้เข้าก่อน จึงควรตรวจสอบข้อมูลทางเว็บไซต์ก่อนเดินทางมาเพื่อดูว่าสวนเปิดอยู่หรือไม่ นอกจากนี้ยังมีโรงงานไวน์ที่ใช้องุ่นเป็นวัตถุดิบอีกหลายแห่งและเป็นที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก

ฤดูกาลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์จากการสรรค์สร้างของธรรมชาติ

แปะก๊วย เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตะวันออกของจีน และถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศญี่ปุ่นพร้อมกับการเผยแผ่ศาสนาพุทธนิกายเซน โดยชาวญี่ปุ่นจะรู้จักแปะก๊วยในชื่อ Icho (อิโจว) เมื่อถึงฤดูกาลผลัดใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามสวยงาม และร่วงหล่นไปในที่สุด

โตเกียวเป็นจังหวัดที่ถือว่ามีต้นแปะก๊วยขึ้นเรียงรายเป็นจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่ง ดังนั้นจึงควรรู้สถานที่ชมใบแปะก๊วยในโตเกียวมาฝากกัน ให้ผู้ที่ชื่นชอบความสวยงามของธรรมชาติได้ไปเที่ยวชมต้นแปะก๊วยท่ามกลางอากาศหนาวเย็นที่หาไม่ได้ในประเทศไทย

สำหรับผู้ที่วางแผนจะไปสัมผัสความหนาวที่แดนอาทิตย์อุทัยในช่วงสิ้นปีนี้ คือตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นเดือนธันวาคม ขอแนะนำให้ไปเดินเล่นชื่นชมความงดงามของ ใบแปะก๊วยโตเกียว ที่จะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองทองอร่ามสวยงาม จุดชมใบแปะก๊วยในโตเกียวมีที่ไหนบ้างนั้น ขอนำเสนอสถาที่เที่ยวชมต้นแปะก๊วย ดังนี้

1มหาวิทยาลัยโตเกียว (東京大学) : มหาวิทยาลัยแห่งใบแปะก๊วย

สถานที่แรกที่ต้องแนะนำก็คือจุดชมใบแปะก๊วยที่มหาวิทยาลัยโตเกียวหรือที่ชาวญี่ปุ่นคุ้นในชื่อ Todai (โทได) มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีสัญลักษณ์เป็นรูปใบแปะก๊วย จึงไม่แปลกที่เราจะพบเห็นต้นแปะก๊วยขึ้นเรียงรายอยู่เต็มบริเวณพื้นที่ของมหาวิทยาลัย

ที่นี่เป็นสถานที่ที่มีความสวยงามมากจนมีกองถ่ายมาถ่ายทำภาพยนตร์หรือละครอยู่บ่อย ๆ ทั้งยังเป็นฉากที่ปรากฏให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ในหนังสือการ์ตูนอีกด้วย ใครที่ชอบติดตามอ่าการ์ตูนก็น่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี เมื่อประเทศญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ใบแปะก๊วยที่สัมผัสกับอากาศเย็นก็จะเริ่มเปลี่ยนสีทำให้พื้นที่ทุกส่วนของมหาวิทยาลัยกลายเป็นสีเหลืองทอง มองไปทางไหนก็เห็นสีเหลืองสวยสดใสสบายตา ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความรู้สึกผ่อนคลาย

ต้นแปะก๊วยจะมีจำนวนเยอะมากเป็นพิเศษในบริเวณใกล้ ๆ กับประตูทางเข้าใหญ่ของมหาวิทยาลัย ส่วนบริเวณอื่น ๆ ก็มีจำนวนแปะก๊วยหนาแน่นและสวยงามไม่แพ้กัน อย่างเช่นทางเดินบริเวณหน้าหอนาฬิกาที่ถือเป็นจุดโปรโมทของที่นี่  เรียกได้ว่าไม่ว่าใครได้มาก็ต้องถ่ายภาพเก็บไว้เป็นความประทับใจ ไม่ว่าจะมากี่ครั้งก็ยังสวยงามเสมอ

นอกจากความสวยงามของใบแปะก๊วยที่อยู่บนต้นแล้ว เมื่อถึงเวลา ใบแปะก๊วยสีเหลืองก็จะร่วงหล่นลงมาเต็มพื้นทางเดิน กลายเป็นเส้นทางแห่งใบแปะก๊วยที่สวยและมีเสน่ห์ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะที่โทไดซึ่งเป็นจุดที่มีต้นแปะก๊วยเยอะ ก็ยิ่งทำให้พื้นของทางเดินเหลืองทั่วไปหมด

มหาวิทยาลัยโตเกียว  วิธีเดินทางนั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Namboku Line มาลงสถานี Todai-Mae แล้วเดินออกจากสถานีก็จะถึงเลย

  • เวลาทำการแนะนำว่าควรไปก่อนถึงก่อนพระอาทิตย์ตกดิน
  • ราคาไม่เสียค่าเข้าชม

2 Meiji Jingu Gaien Park : ถนนสายแปะก๊วยที่สวยยิ่งกว่าภาพวาด

ผู้ที่เคยหาข้อมูลใบแปะก๊วยโตเกียว มาบ้างน่าจะพอคุ้นกับชื่อ ถนนสายต้นแปะก๊วย หรือชื่อเต็มของมันคือ Meiji Jingu Gaien Park เพราะที่นี่เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมที่เหล่านักท่องเที่ยวมาชื่นชมความสวยงามของใบแปะก๊วยที่เริ่มเปลี่ยนสีเมื่อฤดูหนาวมาถึง

ภาพความงดงามของ Ueno Park ช่วงที่ดอกซากุระผลิบาน ถ้าเทียบกับที่นี่ก็มีทิวทัศน์ที่สวยงามน่าจดจำคล้ายกัน เพียงแต่เปลี่ยนจากสีชมพูของดอกซากุระเป็นสีเหลืองของใบแปะก๊วยที่ขึ้นเรียงรายตลอดสองข้างทางเป็นที่มาของชื่อถนนสายต้นแปะก๊วย

เส้นทางแห่งความงามของถนนสายต้นแปะก๊วยนั้นเริ่มต้นตั้งแต่สถานีรถไฟใต้ดิน Aoyama-Icchome Station เรื่อยไปจนถึงจุดสิ้นสุดของถนน ตลอดสองข้างทางถูกย้อมสีจนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามทั่วไปหมดจนสุดสายตา

เมื่อกิ่งก้านสาขาของต้นแปะก๊วยเติบโตได้ที่แล้วก็เริ่มโน้มกิ่งลงมาพยายามโค้งเข้าหากันสอดประสาน เกิดเป็นอุโมงค์แปะก๊วยสุดโรแมนติกให้เราได้เดินลอดผ่านพร้อมเก็บภาพความประทับใจได้ทุกมุม และเพื่อเป็นการแสดงความยินดีกับความสวยงามแห่งใบแปะก๊วยเปลี่ยนสี จึงมีการจัดงานเทศกาลเล็ก ๆ ที่เรียกว่า Gingko Festival โดยจะมีการเปลี่ยนแปลงชื่องานไปเรื่อย ๆ ตามแต่ละปี ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายอาหารของพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากมาย มองไปทางไหนก็มีแต่อาหารที่น่ากินทั้งนั้น

  • วิธีเดินทางนั่งรถไฟใต้ดินสาย Ginza Line มาลงสถานี Aoyama-Icchome แล้วเดินไปเรื่อย ๆ ตลอดเส้นทาง
  • เวลาทำการร้านค้า : 00-18.00 น.

ราคาไม่เสียค่าเข้าชม

3.Yoyogi Park : ชมแปะก๊วยในสวนยอดฮิต

สวนโยโยกิ คือ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว อยู่ติดกันกับสถานีรถไฟฮาราจูกุและศาลเจ้าเมจิ เรียกได้ว่าเป็นทำเลทองจริงๆ สวนแห่งนี้ถือเป็นที่ผลิตอ๊อกซิเจนให้กับเมืองที่รายล้อมไปด้วยตึกสูงระฟ้า

ที่นี่มักถูกใช้เป็นพื้นที่รวมตัวจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของวัยรุ่น เช่น การแสดงดนตรี การแต่งตัวคอสเพลย์ และอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานตลาดนัดเปิดท้ายขายของอยู่หลายงาน ซึ่งเป็นตลาดนัดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

นอกจากจะเป็นสถานที่จัดกิจกรรมยอดฮิตแล้ว อีกไฮไลท์ของที่นี่คือฤดูกาลแห่งใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่น ที่จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงด้วยกัน คือ ช่วงซากุระบาน และช่วงที่ใบแปะก๊วยเปลี่ยนสี จำนวนของต้นแปะก๊วยของสวนแห่งนี้อาจมีไม่มากเท่ากับมหาวิทยาลัยโตเกียว แต่ว่าความสวยงามของต้นแปะก๊วยนั้นไม่ธรรมดา เพราะเป็นที่มีอายุยืนยาว ขนาดใหญ่ กิ่งก้านใบของมันแตกสาขาออกมาครอบคลุมเต็มพื้นที่ เมื่อถึงฤดูกาลที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามก็สวยงาม เหลืองทั้งใบบนต้นและพื้นที่ดูราวกับว่าเรากำลังเดินอยู่บนพรมสีเหลืองสวยงาม

ด้วยความที่เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ทำให้ที่นี่มีความร่มรื่นมาก ๆ เราสามารถเดินเล่น ซื้ออาหารมานั่งกิน หรือจัดปิกนิคเล็ก ๆ ภายใต้ร่มเงาของเหล่าต้นไม้ใหญ่ที่พร้อมพลีกายปกป้องเราให้พ้นภัยจากแสงแดดอันแผดเผา แต่เมื่อได้อาศัยร่มเงาของเค้าแล้วก็อย่าลืมรักษาความสะอาดด้วยการเก็บขยะไปทิ้งด้วยน้า

ถ้าใครอยากมาพักผ่อนกินอาหารชิว ๆ พร้อมชื่นชมความสวยงามของใบแปะก๊วยเปลี่ยนสีก็แวะมาได้ที่นี่เลย เพราะคนไม่เยอะเท่าที่ยอดนิยมอื่น ๆ ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและสบายกว่า นั่งพักกายพักใจ ถ่ายรูปเล่นสวย ๆ ให้แบตเตอรี่ร่างกายพร้อมสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวต่อไป

-วิธีเดินทางนั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line มาลงสถานี Harajuku แล้วเดินอีกประมาณ 10 นาที

-เวลาทำการ10.00-16.00 น.

-ราคาไม่เสียค่าเข้าชม

4.Showa Kinen Park: สวนสวยแห่งความทรงจำของ ใบแปะก๊วย โตเกียว

Showa Kinen Park หรืออีกชื่อคือ Showa Memorial Park เป็นสวนสาธารณะที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพิธีกาญจนาภิเษกครบรอบ 50 ปีของจักพรรดิโชวะ หากพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ที่นี่ก็คล้ายกับสวนหลวงของบ้านเรานั่นเอง

นอกจากจะมีความสำคัญเกี่ยวกับจักรพรรดิของญี่ปุ่นแล้ว ที่นี่ยังถือเป็นจุดชมใบแปะก๊วยเปลี่ยนสีที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว เพราะเป็นสวนที่มีขนาดใหญ่ของโตเกียว มีต้นแปะก๊วยจำนวนมากขึ้นเรียงรายกันอย่างต่อเนื่อง และพร้อมใจกันโน้มกิ่งลงมาเป็นอุโมงต้นแปะก๊วยแสนสวยที่มีระยะทางยาวกว่า 300 เมตร

ด้วยความที่เป็นสวนหลวง ทำให้ที่นี่มีการตกแต่งที่สวยงามมากกว่าที่อื่น โดยเฉพาะบริเวณน้ำพุที่ถือเป็นไฮไลท์ของสวนนั้นสวยงามมากเป็นพิเศษ สองข้างทางเดินสู่น้ำพุเต็มไปด้วยสีเหลืองทองของใบแปะก๊วยที่พร้อมใจกันอุทิศตัวเองเพื่อเป็นเครื่องประดับจากธรรมชาติส่งเสริมความงามให้แก่สวนแห่งนี้

หากจะเดินเล่นชื่นชมความงามให้ทั่วทั้งสวนอาจจะเหนื่อยเกินไป เพราะสวนนั้นกว้างมาก มีจุดบริการนักท่องเที่ยวอยู่หลายจุด เป็นสวนที่เป็นมิตรทั้งกับคนและสัตว์ที่เราจะพบเห็นได้ทุกตารางเมตรของพื้นที่สวน ทั้งสุนัขที่เป็นสัตว์เลี้ยง และเหล่าแมวจรที่แวะมาทักทาย

เมื่อถึงเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้เลิกงาน แสงแดดเริ่มอ่อนแรงลง แต่ยังมีแรงพอที่จะส่องแสงเย็นเข้าปะทะกับใบแปะก๊วย ส่องประกายสวยงามประทับใจสุด ๆ สีเหลืองเริ่มเปลี่ยนเป็นสีออกส้มเข้มดูมีชีวิตชีวา เป็นความสวยงามที่ธรรมชาติอยากจะมอบให้กับเรา

และไม่ใช่แค่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเท่านั้นที่ทำให้ที่นี่สวยงาม เพราะนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นต่างนิยมมาเยี่ยมเยือนสวนนี้กันทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะร้อน หนาว หรือฝนก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป ใครที่ผ่านมาทางนี้ก็อย่าลืมแวะเข้ามาพักสายตาด้วยการมองเหล่าต้นไม้ ฟังเสียงนกร้อง หรือถ้าพอมีเวลาก็เลือกเช่าจักรยานปั่นกินลมชมวิวทั่วสวนได้สบาย ๆ เลยล่ะ

-วิธีเดินทางนั่งรถไฟ JR สาย Chuo Line มาลงสถานี Tachikawa แล้วเดินอีก ประมาณ 10 นาทีจะถึงทางเข้าสวน

-เวลาทำการ09.30-16.30 น.

-ราคาค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 410 เยน, เด็ก 80 เยน

  1. Ueno Park : เหลืองอร่ามในสวนใจกลางเมือง

สวนอุเอโนะไม่ได้มีแค่ ซากุระและใบเมเปิ้ลเท่านั้น แต่ยังมีต้นแปะก๊วยอยู่มากมาย ที่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอร่ามสวยงามไม่แพ้ที่อื่น  ที่นี่มีพื้นที่กว้างขวาง อีกทั้งเดินทางมาง่าย ทำให้สวนแห่งนี้เป็นเป้าหมายการชมแปะก๊วยที่น่าสนใจ มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายภาพมากมาย

-วิธีเดินทางเดิน 7 นาทีจากสถานีอุเอโนะ

-เวลาทำการ5.00-23.00 น.

ราคาเข้าชมฟรี