รีวิวการทำงานของ ช่างเทคนิคซ่อมบำรุง เทคนิคและวิธีการทำงานที่คุณไม่เคยรู้

ต้องยอมรับว่าตำแหน่งงาน ช่างเทคนิคซ่อมบำรุง เป็นตำแหน่งงานที่สำคัญมาก และผู้ที่ประกอบอาชีพนี้ จะต้องรู้ข้อมูลหลายๆ ด้าน เพื่อที่จะเป็นองค์ประกอบความรู้ในการพัฒนา แก้ไขและปรับปรุงประสิทธิภาพต่างๆ เครื่องจักรทุกชนิดต้องการการบำรุงรักษา หากผู้ประกอบการให้การดูแลเครื่องจักรเป็นอย่างดี ในบทความนี้เราได้แยกประเภทของงานและความรับผิดชอบของวิศวกรซ่อมบำรุง เราอธิบายถึงเนื้องานอย่างละเอียดเพื่อที่ให้คนที่สนใจในการจะเข้ามาทำงานลักษณะนี้ได้ทราบว่าจะต้องดูแลอะไรบ้าง ไม่เพียงจะทำให้การทำงาน และการผลิตไม่สะดุด แต่ยังเป็นการคำนึงถึงการประหยัดพลังงาน เป็นการบำรุงรักษาเครื่องจักร อุปกรณ์ ตามระยะเวลาที่กำหนดซี่งอาจได้มาจากประสบการณ์หรือคู่มือการใช้งานของเครื่องจักรนั้นๆ การซ่อมแซมก่อนเสียหาย ช่างเทคนิคซ่อมบำรุง ทำให้เราสามารถรวมไปในงบประมาณประจำปี และ อาจเป็น ใบแจ้งซ่อม แก้ไขปัญหาเมื่อเครื่องขัดข้อง เมื่อเครื่องจักรเกิดขัดข้องหรือเสียหาย ต้องมีการตรวจสอบความเสียหายแล้วแจ้งไปให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ อาจจะเป็นวิศวกรผู้ดูแล โดนผ่านใบแจ้งซ่อมที่บอกรายละเอียดไว้อย่างครบถ้วน เพื่อให้ช่างมาทำการซ่อมแซมต่อไป ส่วนหนึ่งของข้อกำหนดสำหรับระบบมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ วิเคราะห์ปัญหาสาเหตุในการเสียของเครื่องจักร เมื่อเครื่องจักรเกิดขัดข้อง วิศวกรหรือช่างผู้ดูแลต้องมาตรวจสอบปัญหา ตรวจดูการทำงานของเครื่องจักรนั้นๆ แล้วหาสาเหตุของความขัดข้องนั้น เพื่อทำการแก้ไขต่อไป

หน่วยงานต่างๆ จะมีการคัดเลือก ช่างเทคนิคซ่อมบำรุง เพื่อเข้ามาดูแลระบบต่างๆ ขององค์กร เพื่อลดการสูญเสียต่างๆ กิจกรรมเหล่านี้จะทำให้การทำงานเกิดความสะดวก ชุดและอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยเหมาะสมกับการปฏิบัติงานและพื้นที่ในการปฏิบัติงานมีการจัดระเบียบก่อนการปฏิบัติงาน เป็นระเบียบ บริเวณพื้นที่ปฏิบัติงานมีความสะอาดและปลอดภัย เครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรได้รับการตรวจสอบให้ปลอดภัยต่อการใช้งานก่อนที่จะเริ่มต้นปฏิบัติงาน ส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพเพิ่มยิ่งขึ้น เครื่องมือวัสดุ อุปกรณ์ได้รับการใช้อย่างปลอดภัยและมีการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติงานโดยทันที และปลอดภัย การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรให้สามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ช่างเทคนิคซ่อมบำรุง ขอคำปรึกษาจากบุคคลที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบหากเกิดปัญหาในงานซ่อมบำรุงเครื่องจักร การบำรุงรักษาวิธีนี้ถือได้ว่าเป็นแนวคิดในงานการบำรุงรักษา ที่เก่าแก่ที่สุด หลังการปฏิบัติการซ่อมบำรุงเครื่องจักรมีการตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องมือเครื่องจักร อุปกรณ์ และพื้นที่ปฏิบัติงาน ในตำราบางเล่มให้นิยามวิธีการบำรุงรักษาแบบนี้ว่า อุปกรณ์วัสดุ เครื่องมือ และสิ่งต่างๆ ที่ใช้แล้วและไม่ได้ใช้มีการ จัดเก็บในพื้นที่จัดเก็บที่ถูกต้องเมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน

จุดประสงค์ในการทำงานของ ช่างเทคนิคซ่อมบำรุง

  1. ช่างเทคนิคซ่อมบำรุง วิเคราะห์ปัญหา ดำเนินการโดยไร้การบำรุงรักษาเพราะในความเป็นจริงฝ่ายซ่อมบำรุงจะไม่ต้องปฏิบัติงานใด ๆ ชุดและอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยเหมาะสมกับการปฏิบัติงานและพื้นที่ในการปฏิบัติงานมีการจัดระเบียบก่อนการปฏิบัติงาน เลยจนกว่าจะมีรายงานว่าเครื่องจักรชำรุด ใช้งานต่อไปไม่ได้ เครื่องมือวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรได้รับการตรวจสอบให้ปลอดภัยต่อการใช้งานก่อนที่จะเริ่มต้นปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตามการบำรุงรักษาประเภทนี้ก็ยังคงมีใช้ในบางสถานการณ์ ในอาคารที่ไม่สลับซับซ้อน เครื่องมือวัสดุ อุปกรณ์ได้รับการใช้อย่างปลอดภัยและมีการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติงานโดยทันที และปลอดภัย หรือมีอุปกรณ์อะไหล่ทดแทนพร้อมอยู่เสมอ หรือสามารถสั่งซื้อได้อย่างทันทีทันใด ขอคำปรึกษาจากบุคคลที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบหากเกิดปัญหาในงานซ่อม สร้าง โดยที่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการบำรุงรักษาประเภทนี้ หลังการปฏิบัติงานมีการตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องมือเครื่องจักร อุปกรณ์ และพื้นที่ปฏิบัติงาน ควรน้อยกว่าการประยุกต์ใช้วิธีการบำรุงรักษาแบบอื่น
  2. ช่างเทคนิคซ่อมบำรุง แก้ไขปัญหาเมื่อเครื่องขัดข้อง เพื่อเป็นการลบล้างข้อบกพร่องในการบำรุงรักษาเมื่อชำรุด เพื่อให้เครื่องมือใช้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล จึงได้มีการพัฒนางานทางด้านการบำรุงรักษาตามแผนขึ้นมา สามารใช้เครื่องมือเครื่องใช้ได้เต็มความสามารถและตรงกับวัตถุประสงค์ที่จัดหามามากที่สุด กล่าวโดยย่อก็คือ การบำรุงรักษาอาคารและอุปกรณ์ตามระยะเวลาที่กำหนดขึ้น เพื่อให้เครื่องมือเครื่องใช้มีสมรรถนะการทำงานสูง โดยอาจจะได้มาจากประสบการณ์หรือจากคู่มือการใช้งานของระบบและอุปกรณ์นั้น ๆ และช่วยให้เครื่องมือเครื่องใช้มีอายุการใช้งานยาวนาน เพราะเมื่อเครื่องมือได้ใช้งานไประยะเวลาหนึ่งจะเกิดการสึกหรอ อย่างไรก็ตามการชำรุดของอาคารและอุปกรณ์โดยไม่คาดฝันก็ไม่สามาถขจัดออกไปได้ ถ้าหากไม่มีการปรับแต่งหรือซ่อมแซมแล้ว เครื่องมืออาจเกิดการขัดข้อง ชำรุดเสียหายหรือ ทำงานผิดพลาด
  3. ช่างเทคนิคซ่อมบำรุง วางแผนการซ่อมบำรุง เครื่องจักรสมัยใหม่มีกลไกที่ละเอียด มีประสบการณ์ด้านบำรุงรักษาปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร และซับซ้อนกว่าเครื่องจักรในสมัยก่อน ๆ มีประสบการณ์และเข้าใจภาพรวมของกิจกรรมด้านการผลิตเพิ่มผลผลิต รวมทั้งเป็นการยากที่จะทำการถอดเปลี่ยน สามารถออกแบบระบบไฟฟ้ากําลังหรือวิเคราะห์ปัญหาได้ดี หรือทำการตรวจเช็คตามจุดที่สำคัญของงานบำรุงรักษาตามแผน มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ วิธีการในการบำรุงรักษาโดยการคาดคะเนนับได้ว่าเป็นปรัชญาใหม่ในศาสตร์ของการบำรุงรักษาเครื่องจักร มีประสบการณ์การดูแลระบบสาธารณูปโภคในโรงงานอุตสาหกรรม แนวความคิดโดยสรุปก็คือการใช้วิธีการ มีประสบการณ์ในการดูแลระบบควบคุมไฟฟ้าและหม้อแปลงระบบน้ำระบบปั๊มน้ำใช้ปั๊มน้ำดับเพลิงระบบลมสูญญากาศระบบปรับอากาศและระบบอากาศระบบความเย็น หรือเทคนิคใหม่ ๆ ของเครื่องมือวัดชนิดต่าง ๆ
  4. ช่างเทคนิคซ่อมบำรุง การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร การชำรุดของอาคารและอุปกรณ์ไม่ได้เป็นการกระจายตัวแบบสม่ำเสมอ มีประสบการณ์ในงานด้านวางแผนและปฏิบัติงานในการบำรุงรักษาและซ่อมบำรุงในโรงงานอุตสาหกรรม หรือมีรูปแบบที่แน่นอน ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะ เลือกช่วงการบำรุงรักษาตามแผนที่เหมาะสม มีประสบการณ์ในการเป็นหัวหน้าหรือเทียบเท่าดูแลงานด้านซ่อมบำรุงในโรงงาน และในบางกรณีถึงแม้ว่าได้ปฏิบัติการบำรรุงรักษาตามแผนแล้วก็ตาม มีประสบการณ์ในงานซ่อมบำรุงระบบเครื่องจักร ก็ยังคงมีโอกาสที่จะเกิดการชำรุดของเครื่องจักร อุปกรณ์วัสดุ เครื่องมือ และสิ่งต่างๆ ที่ใช้แล้วและไม่ได้ใช้มีการจัดเก็บในพื้นที่จัดเก็บที่ถูกต้องเมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน และอุปกรณ์โดยไม่คาดคิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ข้อมูลการแก้ไขได้รับการจัดเก็บเพื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานก่อน-หลัง การปรับปรุง

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง กับความนิยมของคนไทย….!!!

การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง คุณเคยมีความฝันไหมว่า สักวันหนึ่งอยากเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น  ไปสัมผัส หิมะขาวๆ นอนอาบออนเซนร้อนๆ ในวิวดีๆ  ไปเห็นภูเขาไฟฟูจิที่เขาว่างามนัก งามหนา ให้ได้ด้วยตา ของตัวเองสักครั้งหนึ่งในชีวิต  แต่ ญี่ปุ่นมันช่างไกลแสนไกล และที่สำคัญ มันเป็น “เมืองนอกไม่ใช่บ้านเรา”  ไม่รู้ทำต้องทำยังไง ถึงจะได้ไป  ถ้าคุณมีความคิดเช่นนั้น อย่าเพิ่งถอดใจครับ เพราะ สิ่งที่คุณฝัน มันเป็นไปได้ ไม่ใช่เรื่องยาก อะไรเลย

ก่อนอื่นขอเล่าก่อนซักนิด ถึงการที่ได้ทำกระทู้นี้ขึ้นมาก่อนนะครับ ด้วยเหตุที่เป็นคนชอบเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง เลยอยากที่จะแชร์ ข้อมูลในสิ่งที่ผมได้เห็น ได้รู้ มาจากสถานที่จริงบ้าง หน้าหนังสือหรือเว็บไซต์บ้าง หรือสื่อชนิดต่างๆบ้าง ให้เพื่อนที่ชอบท่องเที่ยวเหมือนกัน หรือเพื่อนที่อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไป ได้รับทราบข้อมูล หรือได้ประโยชน์มากที่สุดจากข้อมูลนี้ ดังนั้น ทางแรกและทางเดียวที่ผมพอจะคิดออก ในการเลือกที่จะแชร์ขอมูลเหล่านี้ไปสู่เพื่อนสมาชิกชาวโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทุกท่าน โดยตั้งหัวข้อกระทู้ว่า  ” คู่มือและรีวิว การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ”  เนื่องจากว่าผมคิดไม่ออกว่ามันจะเป็นกระทู้คู่มือ หรือกระทู้รีวิวดี ผมก็เลยเอาสองอย่างเอามาใส่ ไว้ในกระทู้เดียวกัน ซึ่งพยายามจะทำให้ละเอียด ที่สุดเท่าที่ทำได้

การเตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

  1. Passport หรือหนังสือเดินทางของตัวเอง (ก็ต้องของตัวเองสิ) อายุหนังสือเดินทางต้องมากกว่า 6 เดือน ก่อนหมดอายุนะครับ
  2. เรื่องการจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ผมจองตั๋วของสายการบิน Air Asia X จองล่วงหน้าก่อนเดินทางประมาณ เดือน กันยายน ก็ถือว่าจองล่วงหน้าไม่นานมาก ประมาณ 4-5 เดือนก่อนเดินทาง ราคาตั๋วตกคนละประมาณ 11,600 บาท รวมประกันครับ ไม่ได้ซื้อราคาโหลดกระเป๋านะครับ ซึ่งสามารถแบบน้ำหนักขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 7 กิโลกรัม ได้ขาไป XJ606 เวลา 11.00 น. และขากลับ XJ607 เวลา 19.00 น. บินตรงจากสนามบินดอนเมืองถึงสนามบินนาริตะ
  3. ที่พัก เราจองผ่าน Agoda ครับ จองโรงแรมที่เลือกและตกลงกันคือ โรงแรมนิวโทโฮคุ (Hotel New Tohoku) ตรงนี้ทำเลดีครับ ใกล้กับสถานีรถไฟ Ueno และ Keisei Skyliner เดินทางสะดวก ได้ราคาคืนละ 1,6781.76 บาท 3 คืนก็ 5,741.45 บาท รวมเซอร์วิสชาร์จ 10% ภาษี 8%
  4. แผนการเดินทาง (คร่าว ๆ) ก็มีไป Kawaguchiko – Shinjuku – Takaragawa Onsen Minakami Gunma – Shibuya – Harajuku ส่วนเพิ่มเติมไปไหนค่อยไปคิดกันอีกที
  5. แลกเงิน ผมแลกเงินที่ ธนิยะสปิริต เรตประมาณ 0.28-0.29 โดยประมาณครับ โดยทริปนี้ผมแลกไปแค่ 14,000 บาท ตีเป็นเงินเยนประมาณ 48,050¥ เยนครับ ก็หวังเล็ก ๆ ในใจว่าจะพอ
  6. สภาพอากาศ แน่นอนเลือกไปช่วงหน้าหนาวก็ต้องมีเสื้อโค้ทหรือเสื้อกันหนาวหนา ๆ แน่นอนครับ
  7. และสุดท้ายสำคัญที่สุดคือ Wi-Fi ครับ ผมเลือกใช้ Sim 2 Fly ของ Ais 12call ความเร็วอินเทอร์เน็ต Non-Stop เต็มสปีด 4GB นาน 8 วัน ราคา 399 บาท (นี่พิมพ์มาจากปกซิมเลยนะ) และอย่าลืมเปิด Data Roaming ด้วยนะ

 

วันนี้เราจะมาแนะนำของที่ต้องเตรียมเมื่อเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

  1. ปลั้กพ่วง ได้ใช้แน่ สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองมักมีเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้น การมีปลั้กพ่วงไปเที่ยวญี่ปุ่นจะช่วยอำนวยความสะดวกแต่ละคืนที่เราจำเป็นต้องชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ที่โรงแรม ลองคำนวนจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องชาร์จในแต่ละคืน เช่น มือถือ 2. Power Bank 3. แบตเตอรี่กล้อง ฯลฯ
  2. หัวแปลงปลั๊ก หัวแปลงแบบ 3 ขาเป็น 2 ขา เพราะที่ญี่ปุ่นใช้ไฟฟ้า 100v กำลังต่ำจึงไม่ต้องมีสายดิน ทำแบบนั้นได้เพราะลงทุนจุดจั้มกระแสไฟเยอะ ต่างจากบ้านเราที่ใช้ไฟ 220v เพื่อให้ส่งไฟฟ้าไปได้ไกลๆ ญี่ปุ่นเลยใช้ช่องเสียบปลั้กส่วนใหญ่เป็นแบบแบน 2 รู (แบบไม่มีสายดิน) ซึ่งตรงกันข้ามกับปลั้กไฟของไทยรุ่นใหม่หลายชิ้นที่เป็นแบบ 3 ขา สำหรับการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองเราเลยแนะนำให้คุณพกหัวแปลงไปด้วย
  3. รองเท้าดี เดินไกลกว่าใครเขา เมื่อเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง การเดิน จัดเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าหากคุณได้รองเท้าผ้าใบดีๆ ที่ช่วยซัพพอร์ตเท้าได้จะดีมาก หรือดีกว่านั้นถ้าเป็นรองเท้าวิ่งน้ำหนักเบา รองเท้าดีๆ จะช่วยให้เหนื่อยน้อยลงและเที่ยวได้เยอะขึ้นอีก

ชินคันเซ็น กับสุดยอดสถิติรถไฟที่วิ่งเร็วที่สุด…!!!

รถไฟชิงกันเซ็นให้บริการแก่ผู้โดยสารด้วยความเร็วสูงสุด 320 กม./ชั่วโมง แม้ว่าจะสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 443 กม./ชั่วโมงในการทดสอบเมื่อปี ค.ศ. 1996 และรถไฟชิงกันเซ็นยังทำลายสถิติรถไฟที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกด้วยความเร็วถึง 603 กม./ชั่วโมง ในการทดสอบขบวนแม็กเลฟ เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2015

รถไฟชินคันเซ็นคันแรกวิ่งด้วยความเร็ว 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง มากสุด 220 กิโลเมตร/ชั่วโมง รถไฟบางส่วนนั้นมีรูปร่างคล้ายกับหัวกระสุน ตอนนี้หยุดให้บริการระหว่างเมืองฮากาตะ และโอซาก้า และส่วนหัวของรถไฟได้ถูกส่งไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ “British National Railway” ที่เมืองยอร์ก ประเทศอังกฤษ

ชินคันเซ็น

รถไฟชินคันเซ็นเนี่ยจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆต่างกันตรงการแวะจอดตามสถานีต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้

  1. โนโซมิ (Nozomi) : จะจอดเฉพาะสถานีหลักๆเท่านั้น อย่างเช่น Shinagawa, Shin-Yokohama, Nagoya, Kyoto และ Shin-Osaka เป็นต้น
  2. ฮิคาริ (Hikari) : จะจอดในสถานีหลักเหมือนกับโซมิ แต่มีเพิ่มเติมกับสถานีย่อยอีกหลายแห่ง
  3. โคดามะ (Kodama) : จะทำการจอดในทุกๆสถานีตลอดเส้นทาง อย่างต้นทางโตเกียวปลายทางโอซาก้าก็แวะจอดทั้งหมดประมาณ 16 สถานี

ด้วยเหตุที่รางรถไฟต้องทำใหม่ทั้งหมด ทำให้มีบางเมืองที่สถานีรถไฟเก่าคับแคบไม่สามารถทำรางเพิ่มได้ ก็เลยต้องสร้างสถานีใหม่เพื่อรองรับรถชินคันเซ็นโดยเฉพาะ เวลาตั้งชื่อสถานีใหม่ก็จะใส่คำว่า ชิน (新) ที่แปลว่าใหม่ ไว้ข้างหน้า เช่นที่โอซาก้า เวลาจะขึ้นรถชินคันเซ็นก็ต้องไปที่สถานีชินโอซาก้า (新大阪駅)หรือ สถานีโอซาก้าแห่งใหม่ และด้วยความเร็วของรถชินคันเซ็น คือ ใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงครึ่งจากโตเกียวไปโอซาก้า ในขณะที่รถไฟธรรมดาใช้เวลาหกชั่วโมง ก็เลยทำให้ค่าโดยสารค่อนข้างแพง แพงกว่านั่งเครื่องบินอีกครับ เพราะถ้าใช้เครื่องบินสนามบินก็อยู่ไกลจากตัวเมือง กว่าจะนั่งรถไปถึงสนามบิน ไหนจะต้องจองตั๋วไว้ล่วงหน้า แถมก่อนจะขึ้นก็ต้องโดนตรวจหลายๆ อย่าง ทำให้เสียเวลาไปเยอะกว่าทั้งๆ ที่เครื่องบินใช้เวลาบินจากโตเกียวไปโอซาก้าไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าใช้รถไฟสถานีก็อยู่เกือบๆ ใจกลางเมือง แถมไปถึงสถานีซื้อตั๋วปุ๊บก็ขึ้นได้ทันที ไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก ด้วยเหตุนี้ก็เลยทำให้มีคนนิยมใช้บริการรถชินคันเซ็นมากกว่าเครื่องบิน ทำให้ต้องลดราคาตั๋วเครื่องบินลงเพื่อดึงคนให้มาใช้บริการ

วันนี้เราจะมาแนะนำประเภทของบัตรโดยสารรถไฟชินคันเซ็นและวิธีการซื้ออย่างละเอียด

  1. ประเภทที่นั่ง รถไฟชินคันเซ็นมีที่นั่ง 3 ประเภท ได้แก่ reserved seat, non-reserved seat และ green seat reserved seat เป็นที่นั่งแบบระบุหมายเลข ต้องซื้อบัตรโดยสารล่วงหน้าจึงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีที่นั่ง สำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการนั่งรถไฟชินคันเซ็น สำหรับขบวนรถส่วนใหญ่ ตู้โดยสารหมายเลข 1 – 3 จะเป็นที่นั่งแบบ non-reserved seat (แต่ละขบวนอาจแตกต่างกัน) เป็นที่นั่งแบบไม่ระบุหมายเลข ผู้โดยสารสามารถนั่งตรงไหนก็ได้ภายในสามตู้นี้ ราคาบัตรจะถูกกว่าที่นั่งแบบ reserved seat เล็กน้อย (ประมาณ 500 เยน)
  2. ประเภทบัตรโดยสาร บัตรที่ต้องใช้เวลาโดยสารรถไฟชินคันเซ็นมี 2 ใบ ได้แก่ passenger ticket และ express ticket อธิบายง่ายๆ คือ passenger ticket เป็นบัตรโดยสารที่ต้องใช้ในการเดินทางจากสถานีต้นทางไปยังสถานีปลายทาง ส่วน express ticket เป็นบัตรโดยสารสำหรับการขึ้นรถไฟแบบด่วนพิเศษอย่างรถไฟชินคันเซ็นนั่นเอง
  3. การจองที่นั่งผ่านอินเทอร์เน็ต ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์อื่นๆ รถไฟชินคันเซ็นจะแน่นขนัดไปด้วยผู้คน หรือแม้แต่ช่วงสุดสัปดาห์ ที่นั่งแบบ reserved seat ก็อาจเต็มได้เช่นกัน หากเป็นไปได้ก็ขอแนะนำให้จองที่นั่งล่วงหน้า
  4. การซื้อบัตรโดยสารที่สถานี หากต้องการซื้อบัตรโดยสารรถไฟชินคันเซ็นที่สถานี จะสามารถซื้อได้ที่ “ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร” (Ticket Office) หรือเครื่องจำหน่ายบัตรโดยสาร สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อบัตรโดยสารแบบเที่ยวเดียวหลังจากที่เข้าประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว ลองใช้วิธีนี้ดู
  5. หลังจากที่ซื้อบัตรแล้วทำยังไงต่อ ที่สถานีรถไฟชินคันเซ็นจะมีเครื่องตรวจบัตรสำหรับชินคันเซ็นโดยเฉพาะซึ่งอยู่คนละที่กับทางเข้ารถไฟปกติ สำหรับการผ่านเครื่องตรวจบัตรก็เพียงแค่สอดบัตรโดยสารทั้ง 2 ใบเข้าไปในเครื่องตรวจบัตรเช่นเดียวกับรถไฟประเภทอื่นๆ

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น กับเอกสารที่เราต้องเตรียม….!!!

วิธีหาบริษัทรถเช่าขับรถเที่ยวญี่ปุ่น

ที่ญี่ปุ่นมีบริษัทเช่ารถอยู่หลายบริษัท บริษัทที่มีชื่อเสียงที่สุดแต่ก็แพงที่สุด คือ บริษัท NIPPON Rent-A-Car (เฉพาะภาษาอังกฤษ) ที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงและมีหลายสาขาทั่วญี่ปุ่น ส่วน100 Yen Rent a Car (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น) คือ บริษัทที่ให้เช่ารถในราคาถูกลงมา แต่คุณอาจจำเป็นที่จะต้องพูดและอ่านภาษาญี่ปุ่นได้ในการติดต่อขอใช้บริการ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้เลย เราขอแนะนำบริษัท TOYOTA Rent a Car (เฉพาะภาษาอังกฤษ) ซึ่งมีราคาที่สมเหตุสมผลและมีสาขาอยู่หลายแห่ง นอกจากนี้ยังมี NISSAN Rent a Car (เฉพาะภาษาอังกฤษ) และ ORIX Rent-A-Car (เฉพาะภาษาอังกฤษ) ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีเช่นกัน

การเตรียมเอกสารเพื่อการขับรถเที่ยวญี่ปุ่นต้องมีก่อนไป

เอกสารที่เราต้องเตรียมจริงๆไม่เยอะเลย สิ่งแรกที่ต้องมีคือ ใบขับขี่สากลก่อน ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เคร่งครัดเรื่องเอกสารมาก หากเราลืม หรือเตรียมไปไม่ครบคุณอาจจะพลาดการใช้รถในทริปๆนั้นไปเลยแม้ว่าคุณจะจ่ายตังค่าเช่าไปแล้วล่วงหน้าก็ตาม เค้าไม่หยวนๆให้แต่อย่างใด อันนี้ต้องรู้ไว้ก่อน (ตรวจสอบเอกสารการเช่ารถขับได้ทุกเจ้าที่คุณใช้งานให้ดีก่อนจะเช่านะครับ)

การจะไปขับรถที่ญี่ปุ่น เริ่มยังไง ทำอะไรบ้างมาดูกัน

1.ทำใบขับขี่สากล สำหรับการขับรถที่ญี่ปุ่น

หยิบใบขับขี่บ้านๆในไทยแลนด์ของคุณขึ้นมา กำเงิน 505 บาท + รูปถ่าย2นิ้ว 2 ใบ,และพาสปอร์ต วิ่งไปสถานีขนส่งใกล้ๆบ้าน มุ่งตรงไปยังเค้าเตอร์ ยื่นเรื่องขอทำใบขับขี่สากลได้เลย มีอายุใช้งานได้หนึ่งปี

2.จองรถออนไลน์ สำหรับการขับรถที่ญี่ปุ่น

รถเช่าในญี่ปุ่นสำหรับการขับรถที่ญี่ปุ่นมีหลากหลายบริษัท เพราะคนญี่ปุ่นไม่ได้นิยมซื้อรถแบบบ้านเรา (คือการขนส่งรถไฟสะดวกอยู่แล้ว และพื้นที่จอดรถมีจำกัด ค่าประกันรถนี่ ยิ่งเก่ายิ่งแพง)  ส่วนใหญ่จึงใช้บริการเช่ารถเป็นครั้งๆมากกว่า ถ้าถามว่าจะเลือกเช่ารถเจ้าไหนดี ก็ขอบอกว่าให้เลือกบริษัทที่อยู่แถวๆโรงแรมที่คุณพัก  หรือไม่ก็บริษัทที่อยู่ในๆสถานีที่คุณสะดวกเดินทางไปเอารถนั่นแหละ โดยรวมๆก็ไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่ ราคาสำหรับรถ 5 ที่นั่งแต่ละเจ้าก็พอๆกัน (ต่างกัน+-1000 yen

3.การไปรับรถที่ญี่ปุ่น สำหรับการขับรถที่ญี่ปุ่น

หลังจากจองรถออนไลน์ไปแล้ว  ก็จะได้ e-mail มายืนยันการจอง พอไปถึงญี่ปุ่นก็แจ้งชื่อกับเจ้าหน้าที่ได้เลย เค้าจะขอก๊อบปี้ พาสปอร์ตและใบขับขี่ของคนขับทุกคน (ถ้ามีคนขับมากกว่าหนึ่งก็จัดไปให้หมด) จากนั้นก็จะเป็นการตรวจสถาพรถด้วยกันกับเจ้าหน้าที่  มีร่องรอยขีดข่วนตรงไหนก็แจ้งๆเค้าไป ณ จุดนี้อย่าลืมให้เค้าเซ็ท GPS เป็นภาษาอังกฤษนะ เดี๋ยวจะเราจะมึน สำคัญมาก อย่าลืมถามเบอร์โทร และเวลาปิดของปั๊มน้ำมันที่อยู่ใกล้ๆจุดคืนรถด้วย เพราะเราต้องเติม น้ำมันให้เต็มก่อนคืนรถ จะได้ไม่ต้องไปขับรถวนหาปั๊ม ปกติทางเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบอยู่แล้ว แต่บางทีเค้าลืมแจ้ง  ลำบากชีวิตการขับรถที่ญี่ปุ่นไปอีก

4.การใช้ GPS ในรถ สำหรับการขับรถที่ญี่ปุ่น

สิ่งหนึ่ง (หรืออาจจะหลายๆสิ่ง) ที่ทำให้การใช้ GPS ในรถเลิศเลอกว่า google map ก็คือ

  • ค้นหาสถานที่จากเบอร์โทรศัพท์ได้ เยี่ยมมาก
  • สัญญาณกลางป่าเขาลำเนาไพร ยังไงก็ใช้งานได้ ไม่หลงแน่นอน
  • มีภาพบอกทางเลี้ยวและไฟเขียวไฟแดงชัดเจน นอกจากนี้ในตัวเมือง ยังมีภาพจำลองสถานที่จริงให้อีกด้วย

การขับรถเที่ยวญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบการขนส่งสาธารณะที่ดีที่สุดในโลก โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ๆ เช่น โตเกียว(Tokyo) โอซาก้า(Osaka) นาโกย่า(Nagoya) ซัปโปโร(Supporo) และฟุกุโอกะ(Fukuoka) ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวโดยระบบขนส่งสาธารณะในตัวเมืองนั้นจะง่ายและสะดวกกว่าการเช่ารถขับเองมาก แต่ถ้าเป็นพื้นที่ห่างไกลตามชนบทต่างๆ การเดินทางจะค่อนข้างจำกัดกว่ามาก บางพื้นที่อาจจะยังไม่มีเครือข่ายรถไฟไปถึงและยังอาจจะมีรถบัสวิ่งให้บริการเพียงไม่กี่เที่ยวต่อวัน ทำให้การขับรถเที่ยวญี่ปุ่นนั้นน่าสนใจและอาจจะดูเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะให้มีความอิสระในการเดินทางมากกว่า ทำให้สามารถเดินทางไปได้ไกลและนานกว่าเดิม ไม่ต้องเสียเวลารอรถ

พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ ลงทุนสินเชื่อต่างๆ….!!!

พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นสินเชื่อที่ผู้ขอ จะสามารถได้รับเงินเป็นก้อนมาเพื่อที่จะเอาไปใช้จ่ายในเรื่องต่างๆ ตามความเหมาะสมของผู้ขอ โดยจำนวนเงินที่ขอสินเชื่อนั้นจะได้เงินอยู่ที่ประมาณ 5 เท่าของเงินเดือน ข้อดีของการขอ สินเชื่อส่วนบุคคล ก็คือผู้ขอสินเชื่อ ไม่จำเป็นต้องมีบุคคลเข้ามาค้ำประกันหรือนำหลักทรัพย์มาค้ำประกันอีกด้วย ซึ่งสินเชื่อส่วนบุคคล เป็นสินเชื่อที่สามารถกำหนดระยะเวลากู้ได้แน่นอน ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่คงตัว และการชำระเงินรายเดือนที่เท่าๆกัน  ซึ่งการกู้นี้อาจจะได้เป็นเงินสดหรือไม่ใช่ก็ได้ หรืออาจจะเป็นสิ่งของที่มีความจำเป็นต้องใช้โดยตรง อย่างการซื้อสินค้าด้วยบัตรผ่อนสินค้าที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง

พนักงานขาย บัตรเครดิตและสิน

เงินที่ได้จากการขอ สินเชื่อส่วนบุคคล

สินเชื่อส่วนบุคคล นั้นถือได้ว่าเป็นการขอสินเชื่อแบบเงินก้อน และเป็นเงินที่ผู้ขอสามารถนำไปลงทุนทำธุรกิจ นำไปใช้จ่ายในการเที่ยว หรือว่าจะเอาไปเป็นค่าเทอมลูก หรือนำไปชำระหนี้ก็ได้ หากคุณจะทำการชำระเงินสินเชื่อส่วนบุคคลคืนกับทางสถาบันการเงินที่คุณได้ทำการขอสินเชื่อส่วนบุคคลมานั้น  คุณเองก็สามารถที่จะชำระคืนได้เป็นงวดๆ  ทั้งเงินต้นและก็ส่วนของดอกเบี้ย ที่เป็นไปตามระยะเวลาจากที่ผู้ขอสินเชื่อบุคคลนั้นต้องการได้อีกด้วย

การเป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล

การที่เป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล ก็คือการไปขอสินเชื่อจากสถาบันทางการเงิน โดยมีระยะเวลาในการกำหนดการจ่ายคืนด้วยการชำระเป็นงวด จะว่าไปก็เหมือนกับการที่เราไปกู้เงินแบงค์ แล้วเราก็เป็นหนี้นั่นล่ะ ที่จริงก็ไม่ดี เพราะเหมือนธนาคารเองก็เป็นการส่งเสริมให้เป็นหนี้ แต่ด้วยความจำเป็นก็จำต้องทำไป  แต่การเป็นหนี้ของสินเชื่อส่วนบุคคล ต่างก็เป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องการหลักทรัพย์ค้ำประกัน และทางธนาคารเองก็ถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นหนี้เสีย เพราะมีลูกหนี้หลายรายที่ไม่ยอมระเงินตามกำหนด เหตุนี้จึงทำให้อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคคล จึงมีอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านที่มีบ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันนั่นเอง

ความจำเป็นที่ต้องขอสินเชื่อส่วนบุคคล

หากคุณมีความคิดสมัครใจเป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล ที่อาจจะเป็นเพราะความจำเป็นจริงๆ  ที่จะต้องใช้จ่ายกับสิ่งที่จะต้องเผชิญต่างๆ การหันไปหาสินเชื่อส่วนบุคคล ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเป็นตัวเลือก ครั้นจะหายืมเพื่อนก็ไม่ได้ จะยืมญาติก็เมิน จะออมจากเงินเดือนเองก็คงจะอีกนาน  ทำให้ความจำเป็นในเรื่องการใช้เงิน จึงต้องหันมาพึ่งพาการขอสินเชื่อส่วนบุคคล  แม้จะมีดอกสูง แต่ก็ต้องยอม ซึ่งการกู้ยืมแต่ละแบบต่างก็มีจุดดีต่างกันไปตามภาวะการเงินของคุณเอง

วันนี้เรามาแนะนำสถานที่ทำงานสำหรับผู้ที่ต้องการหางาน พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ ในการประกอบอาชีพกัน

1. บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด รับสมัครตำแหน่ง พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ/พนักงานขายบัตรเครดิต Krungsri First Choice

รายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบ : อายุ 23 – 35 ปี ไม่จำกัดเพศ – วุฒิ ม.6-ปริญาตรีทุกสาขา (ต้องมีประสบการณ์ด้านการขาย 1-2 ปี ขึ้นไป) – มีประสบการณ์งานขาย เช่น บัตรเครดิต ประกันชีวิต สินเชื่อเงินสด PC BA หรือสายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง – มีทักษะในการสื่อสารและเจรจาต่อรอง, มีใจรักในงานด้านบริการและการขาย – สามารถทำงานภายใต้แรงกดดันได้ดี – สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้คล่องในระดับสามารถใช้งานได้จริง เช่น Microsoft Word,Excel,การรับ-ส่ง E-Mail – มีรถยนต์+ใบขับขี่ สามารถใช้ในการทำงานได้ทำงานนอกสถานที่ในการขาย หรือหาลูกค้านอกพื้นที่ได้ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

อัตรา/เงินเดือน : 2 อัตรา / เงินเดือน 13,000-15,000 บาทขึ้นไป(ขึ้นอยู่กับประสบการณ์)+ค่า Commission ตามความสามารถในการขาย

ติดต่อ – สอบถาม : บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด อาคารกรุงศรีเพลินจิต ทาวเวอร์ 550 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 10310 โทร : 081-604-4433,02-627-4791 อัพเดทเมื่อวันที่ 05/03/2562

โรงแรมญี่ปุ่น สุดยอดโรงแรมแห่งญี่ปุ่น…!!!

การจองโรงแรมญี่ปุ่นหรือเรียวกังสามารถดำเนินการผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ของโรงแรมที่พักแต่ละแห่งได้ เพียงแค่คลิกเข้าไปในเพจที่เขียนว่า 予約 (จอง) และเลือกวันที่เช็คอิน-เช็คเอ้าท์ ประเภทของห้อง จำนวนผู้เข้าพัก และอาหารเช้า-อาหารค่ำวิธีการชำระเงินมีทั้งหมด 2 แบบ ประกอบด้วยการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตตอนที่จองและการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตหรือเงินสดในวันเข้าพัก แต่เรียวกังหรือบ้านพักในญี่ปุ่นบางแห่งก็ยังไม่รองรับบัตรเครดิต ตอนที่เข้าพักในเรียวกังหรือบ้านพักก็ขอแนะนำให้พกเงินสดติดตัวไว้จะปลอดภัยที่สุด โรงแรมญี่ปุ่นนอกจากเรียวกังซึ่งเน้น การบริการ แบบญี่ปุ่นแล้ว ในเมืองใหญ่ อาทิ ซัปโปโร เซ็นได โตเกียว นาโกย่า โอซาก้า ฮิโรชิม่าหรือฟุกุโอกะยังมี

โรงแรมญี่ปุ่น

ประเภทของโรงแรมที่พักในญี่ปุ่นน่ารู้

โรงแรมญี่ปุ่นมีหลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นเรียวกังญี่ปุ่นดั้งเดิม, โรงแรมแคปซูลราคาถูก, บ้านเช่า, คาเฟ่การ์ตูน, แฟรนไชส์โรงแรมนานาชาติ, โรงแรมเก่าแก่ในญี่ปุ่น และเลิฟโฮเทล

โรงแรมยอดนิยมในญี่ปุ่น

โรงแรมเคย์โอ พลาซ่า โตเกียว 5 ดาว 8.5 ดีมาก 4,612 จากความคิดเห็นจากผู้เข้าพัก

โรงแรมซาร์โดนิกซ์ อุเอโนะ 3 ดาว 8.6 ยอดเยี่ยม 2,240 จากความคิดเห็นจากผู้เข้าพัก

โรงแรมอุเอะโนะ โทงะเนะยะ 2 ดาว 8.8 ยอดเยี่ยม 517 จากความคิดเห็นจากผู้เข้าพัก

Osaka Tokyu REI Hotel. 4 ดาว …

คาวะงุจิโกะ สเตชั่นอินน์ 2 ดาว

โรงแรมญี่ปุ่นที่พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก มีตัวอาคารที่สะอาดสดใส ห้องพักที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก มีความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในระดับสูง เพื่อรับประกันความพึงพอใจในการเข้าพักของคุณ โรงแรมญี่ปุ่นในเมืองเหล่านี้ก็พร้อมที่จะตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของลูกค้าจากต่างประเทศ ด้วย บริการที่พิถีพิถัน ตามแบบฉบับญี่ปุ่น ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ได้แก่ สวนสนุกยูนิเวอร์แซลสตูดิโอและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอซาก้า และยังมีสวนและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อื่นๆ อีกมากมายซึ่งต้องใช้เวลาเที่ยวชมอย่างน้อยสองหรือสามวัน

วันนี้เราขอเสนอ 5 อันดับโรงแรมญี่ปุ่น ที่เมื่อไปเยือนญี่ปุ่นแล้วต้องลองไปพักสักครั้ง

  1. โรงแรมญี่ปุ่น Shinakawa Prince Hotel ตั้งอยู่ในเขต Shinakawa ซึ่งเป็นเขตที่ได้รับการจับตามองว่าเป็นเขตธุรกิจใหม่ของกรุงโตเกียว โรงแรมญี่ปุ่นนี้ได้ชื่อว่าเป็น “Entertainment Hotel” ที่นอกจากแขกจะได้พักในห้องพักชั้นเลิศแล้ว ยังได้รับความบันเทิงจากโชว์ปลาโลมา โรงภาพยนตร์ 3D จอยักษ์ ลานโบว์ลิ่ง สนามเทนนิส และร้านอาหารประเภทต่างๆ กว่า 19 ร้าน
  2. โรงแรมญี่ปุ่น Fugakugunjo โรงแรมญี่ปุ่นเรียวกังแห่งนี้มีห้องที่สามารถมองเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิได้จากระเบียงห้อง แถมยังมีลานส่วนตัวบนดาดฟ้าของทุกห้องอีก ถ้าแช่ออนเซ็นไปพลางชมวิวของภูเขาไฟฟูจิไปพลางคงจะเป็นอะไรที่มีความสุขสุดๆ นอกจากนี้แล้วที่เรียวกังแห่งนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องอาหารอร่อยอีกด้วย ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวที่จังหวัดชิซึโอกะหล่ะก็ ลองพิจารณาเรียวกังนี้ดูนะ
  3. โรงแรมญี่ปุ่น The Westin Tokyo โรงแรมหรูที่มีการตกแต่งห้องพัก และให้บริการในสไตล์ยุโรป ตั้งอยู่ใน Yebisu Garden Place ที่ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ห้อมล้อมมากมาย ทำให้ลืมความเป็นเมืองไปเลย จุดเด่นของโรงแรมญี่ปุ่นนี้อยู่ที่การบริการที่สุดยอดของพนักงาน ซึ่งถูกฝึกมาอย่างดีตามมาตราฐานของโรงแรมในเครือ Westin แถม Afternoon Tea ของที่นี่ก็ยังเป็นที่ติดอกติดใจชาวญี่ปุ่นอีกด้วย
  4. โรงแรมญี่ปุ่น โรงแรมอาริเอตตา โอซาก้า (Arietta Hotel Osaka) โรงแรมญี่ปุ่นแห่งนี้ได้ผสมผสานสไตล์อิตาลีและเอเชียเข้าด้วยกัน ใช้เวลาเดินจากสถานีรถไฟฮอนโช (Honcho Station) เพียง 3 นาที อาหารเช้ารวมอยู่ในค่าห้องแล้ว ซึ่งมีทั้งขนมปังสดใหม่ ครัวซอง กาแฟ น้ำผลไม้ และอื่น ๆ ห้องทุกห้องมีบริการ Wi-Fi ฟรี โต๊ะและเก้าอี้ มีบริการนวดแยกต่างหาก และมีตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติ
  5. โรงแรมญี่ปุ่น Shinakawa Prince Hotel ตั้งอยู่ในเขต Shinakawa ซึ่งเป็นเขตที่ได้รับการจับตามองว่าเป็นเขตธุรกิจใหม่ของกรุงโตเกียว โรงแรมญี่ปุ่นนี้ได้ชื่อว่าเป็น “Entertainment Hotel” ที่นอกจากแขกจะได้พักในห้องพักชั้นเลิศแล้ว ยังได้รับความบันเทิงจากโชว์ปลาโลมา โรงภาพยนตร์ 3D จอยักษ์ และลานโบว์ลิ่ง