ฤดูกาลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์จากการสรรค์สร้างของธรรมชาติ

แปะก๊วย เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตะวันออกของจีน และถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศญี่ปุ่นพร้อมกับการเผยแผ่ศาสนาพุทธนิกายเซน โดยชาวญี่ปุ่นจะรู้จักแปะก๊วยในชื่อ Icho (อิโจว) เมื่อถึงฤดูกาลผลัดใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามสวยงาม และร่วงหล่นไปในที่สุด

โตเกียวเป็นจังหวัดที่ถือว่ามีต้นแปะก๊วยขึ้นเรียงรายเป็นจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่ง ดังนั้นจึงควรรู้สถานที่ชมใบแปะก๊วยในโตเกียวมาฝากกัน ให้ผู้ที่ชื่นชอบความสวยงามของธรรมชาติได้ไปเที่ยวชมต้นแปะก๊วยท่ามกลางอากาศหนาวเย็นที่หาไม่ได้ในประเทศไทย

สำหรับผู้ที่วางแผนจะไปสัมผัสความหนาวที่แดนอาทิตย์อุทัยในช่วงสิ้นปีนี้ คือตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นเดือนธันวาคม ขอแนะนำให้ไปเดินเล่นชื่นชมความงดงามของ ใบแปะก๊วยโตเกียว ที่จะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองทองอร่ามสวยงาม จุดชมใบแปะก๊วยในโตเกียวมีที่ไหนบ้างนั้น ขอนำเสนอสถาที่เที่ยวชมต้นแปะก๊วย ดังนี้

1มหาวิทยาลัยโตเกียว (東京大学) : มหาวิทยาลัยแห่งใบแปะก๊วย

สถานที่แรกที่ต้องแนะนำก็คือจุดชมใบแปะก๊วยที่มหาวิทยาลัยโตเกียวหรือที่ชาวญี่ปุ่นคุ้นในชื่อ Todai (โทได) มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีสัญลักษณ์เป็นรูปใบแปะก๊วย จึงไม่แปลกที่เราจะพบเห็นต้นแปะก๊วยขึ้นเรียงรายอยู่เต็มบริเวณพื้นที่ของมหาวิทยาลัย

ที่นี่เป็นสถานที่ที่มีความสวยงามมากจนมีกองถ่ายมาถ่ายทำภาพยนตร์หรือละครอยู่บ่อย ๆ ทั้งยังเป็นฉากที่ปรากฏให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ในหนังสือการ์ตูนอีกด้วย ใครที่ชอบติดตามอ่าการ์ตูนก็น่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี เมื่อประเทศญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ใบแปะก๊วยที่สัมผัสกับอากาศเย็นก็จะเริ่มเปลี่ยนสีทำให้พื้นที่ทุกส่วนของมหาวิทยาลัยกลายเป็นสีเหลืองทอง มองไปทางไหนก็เห็นสีเหลืองสวยสดใสสบายตา ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความรู้สึกผ่อนคลาย

ต้นแปะก๊วยจะมีจำนวนเยอะมากเป็นพิเศษในบริเวณใกล้ ๆ กับประตูทางเข้าใหญ่ของมหาวิทยาลัย ส่วนบริเวณอื่น ๆ ก็มีจำนวนแปะก๊วยหนาแน่นและสวยงามไม่แพ้กัน อย่างเช่นทางเดินบริเวณหน้าหอนาฬิกาที่ถือเป็นจุดโปรโมทของที่นี่  เรียกได้ว่าไม่ว่าใครได้มาก็ต้องถ่ายภาพเก็บไว้เป็นความประทับใจ ไม่ว่าจะมากี่ครั้งก็ยังสวยงามเสมอ

นอกจากความสวยงามของใบแปะก๊วยที่อยู่บนต้นแล้ว เมื่อถึงเวลา ใบแปะก๊วยสีเหลืองก็จะร่วงหล่นลงมาเต็มพื้นทางเดิน กลายเป็นเส้นทางแห่งใบแปะก๊วยที่สวยและมีเสน่ห์ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะที่โทไดซึ่งเป็นจุดที่มีต้นแปะก๊วยเยอะ ก็ยิ่งทำให้พื้นของทางเดินเหลืองทั่วไปหมด

มหาวิทยาลัยโตเกียว  วิธีเดินทางนั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Namboku Line มาลงสถานี Todai-Mae แล้วเดินออกจากสถานีก็จะถึงเลย

  • เวลาทำการแนะนำว่าควรไปก่อนถึงก่อนพระอาทิตย์ตกดิน
  • ราคาไม่เสียค่าเข้าชม

2 Meiji Jingu Gaien Park : ถนนสายแปะก๊วยที่สวยยิ่งกว่าภาพวาด

ผู้ที่เคยหาข้อมูลใบแปะก๊วยโตเกียว มาบ้างน่าจะพอคุ้นกับชื่อ ถนนสายต้นแปะก๊วย หรือชื่อเต็มของมันคือ Meiji Jingu Gaien Park เพราะที่นี่เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมที่เหล่านักท่องเที่ยวมาชื่นชมความสวยงามของใบแปะก๊วยที่เริ่มเปลี่ยนสีเมื่อฤดูหนาวมาถึง

ภาพความงดงามของ Ueno Park ช่วงที่ดอกซากุระผลิบาน ถ้าเทียบกับที่นี่ก็มีทิวทัศน์ที่สวยงามน่าจดจำคล้ายกัน เพียงแต่เปลี่ยนจากสีชมพูของดอกซากุระเป็นสีเหลืองของใบแปะก๊วยที่ขึ้นเรียงรายตลอดสองข้างทางเป็นที่มาของชื่อถนนสายต้นแปะก๊วย

เส้นทางแห่งความงามของถนนสายต้นแปะก๊วยนั้นเริ่มต้นตั้งแต่สถานีรถไฟใต้ดิน Aoyama-Icchome Station เรื่อยไปจนถึงจุดสิ้นสุดของถนน ตลอดสองข้างทางถูกย้อมสีจนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามทั่วไปหมดจนสุดสายตา

เมื่อกิ่งก้านสาขาของต้นแปะก๊วยเติบโตได้ที่แล้วก็เริ่มโน้มกิ่งลงมาพยายามโค้งเข้าหากันสอดประสาน เกิดเป็นอุโมงค์แปะก๊วยสุดโรแมนติกให้เราได้เดินลอดผ่านพร้อมเก็บภาพความประทับใจได้ทุกมุม และเพื่อเป็นการแสดงความยินดีกับความสวยงามแห่งใบแปะก๊วยเปลี่ยนสี จึงมีการจัดงานเทศกาลเล็ก ๆ ที่เรียกว่า Gingko Festival โดยจะมีการเปลี่ยนแปลงชื่องานไปเรื่อย ๆ ตามแต่ละปี ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายอาหารของพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากมาย มองไปทางไหนก็มีแต่อาหารที่น่ากินทั้งนั้น

  • วิธีเดินทางนั่งรถไฟใต้ดินสาย Ginza Line มาลงสถานี Aoyama-Icchome แล้วเดินไปเรื่อย ๆ ตลอดเส้นทาง
  • เวลาทำการร้านค้า : 00-18.00 น.

ราคาไม่เสียค่าเข้าชม

3.Yoyogi Park : ชมแปะก๊วยในสวนยอดฮิต

สวนโยโยกิ คือ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว อยู่ติดกันกับสถานีรถไฟฮาราจูกุและศาลเจ้าเมจิ เรียกได้ว่าเป็นทำเลทองจริงๆ สวนแห่งนี้ถือเป็นที่ผลิตอ๊อกซิเจนให้กับเมืองที่รายล้อมไปด้วยตึกสูงระฟ้า

ที่นี่มักถูกใช้เป็นพื้นที่รวมตัวจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของวัยรุ่น เช่น การแสดงดนตรี การแต่งตัวคอสเพลย์ และอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานตลาดนัดเปิดท้ายขายของอยู่หลายงาน ซึ่งเป็นตลาดนัดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

นอกจากจะเป็นสถานที่จัดกิจกรรมยอดฮิตแล้ว อีกไฮไลท์ของที่นี่คือฤดูกาลแห่งใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่น ที่จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงด้วยกัน คือ ช่วงซากุระบาน และช่วงที่ใบแปะก๊วยเปลี่ยนสี จำนวนของต้นแปะก๊วยของสวนแห่งนี้อาจมีไม่มากเท่ากับมหาวิทยาลัยโตเกียว แต่ว่าความสวยงามของต้นแปะก๊วยนั้นไม่ธรรมดา เพราะเป็นที่มีอายุยืนยาว ขนาดใหญ่ กิ่งก้านใบของมันแตกสาขาออกมาครอบคลุมเต็มพื้นที่ เมื่อถึงฤดูกาลที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามก็สวยงาม เหลืองทั้งใบบนต้นและพื้นที่ดูราวกับว่าเรากำลังเดินอยู่บนพรมสีเหลืองสวยงาม

ด้วยความที่เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ทำให้ที่นี่มีความร่มรื่นมาก ๆ เราสามารถเดินเล่น ซื้ออาหารมานั่งกิน หรือจัดปิกนิคเล็ก ๆ ภายใต้ร่มเงาของเหล่าต้นไม้ใหญ่ที่พร้อมพลีกายปกป้องเราให้พ้นภัยจากแสงแดดอันแผดเผา แต่เมื่อได้อาศัยร่มเงาของเค้าแล้วก็อย่าลืมรักษาความสะอาดด้วยการเก็บขยะไปทิ้งด้วยน้า

ถ้าใครอยากมาพักผ่อนกินอาหารชิว ๆ พร้อมชื่นชมความสวยงามของใบแปะก๊วยเปลี่ยนสีก็แวะมาได้ที่นี่เลย เพราะคนไม่เยอะเท่าที่ยอดนิยมอื่น ๆ ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและสบายกว่า นั่งพักกายพักใจ ถ่ายรูปเล่นสวย ๆ ให้แบตเตอรี่ร่างกายพร้อมสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวต่อไป

-วิธีเดินทางนั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line มาลงสถานี Harajuku แล้วเดินอีกประมาณ 10 นาที

-เวลาทำการ10.00-16.00 น.

-ราคาไม่เสียค่าเข้าชม

4.Showa Kinen Park: สวนสวยแห่งความทรงจำของ ใบแปะก๊วย โตเกียว

Showa Kinen Park หรืออีกชื่อคือ Showa Memorial Park เป็นสวนสาธารณะที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพิธีกาญจนาภิเษกครบรอบ 50 ปีของจักพรรดิโชวะ หากพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ที่นี่ก็คล้ายกับสวนหลวงของบ้านเรานั่นเอง

นอกจากจะมีความสำคัญเกี่ยวกับจักรพรรดิของญี่ปุ่นแล้ว ที่นี่ยังถือเป็นจุดชมใบแปะก๊วยเปลี่ยนสีที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว เพราะเป็นสวนที่มีขนาดใหญ่ของโตเกียว มีต้นแปะก๊วยจำนวนมากขึ้นเรียงรายกันอย่างต่อเนื่อง และพร้อมใจกันโน้มกิ่งลงมาเป็นอุโมงต้นแปะก๊วยแสนสวยที่มีระยะทางยาวกว่า 300 เมตร

ด้วยความที่เป็นสวนหลวง ทำให้ที่นี่มีการตกแต่งที่สวยงามมากกว่าที่อื่น โดยเฉพาะบริเวณน้ำพุที่ถือเป็นไฮไลท์ของสวนนั้นสวยงามมากเป็นพิเศษ สองข้างทางเดินสู่น้ำพุเต็มไปด้วยสีเหลืองทองของใบแปะก๊วยที่พร้อมใจกันอุทิศตัวเองเพื่อเป็นเครื่องประดับจากธรรมชาติส่งเสริมความงามให้แก่สวนแห่งนี้

หากจะเดินเล่นชื่นชมความงามให้ทั่วทั้งสวนอาจจะเหนื่อยเกินไป เพราะสวนนั้นกว้างมาก มีจุดบริการนักท่องเที่ยวอยู่หลายจุด เป็นสวนที่เป็นมิตรทั้งกับคนและสัตว์ที่เราจะพบเห็นได้ทุกตารางเมตรของพื้นที่สวน ทั้งสุนัขที่เป็นสัตว์เลี้ยง และเหล่าแมวจรที่แวะมาทักทาย

เมื่อถึงเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้เลิกงาน แสงแดดเริ่มอ่อนแรงลง แต่ยังมีแรงพอที่จะส่องแสงเย็นเข้าปะทะกับใบแปะก๊วย ส่องประกายสวยงามประทับใจสุด ๆ สีเหลืองเริ่มเปลี่ยนเป็นสีออกส้มเข้มดูมีชีวิตชีวา เป็นความสวยงามที่ธรรมชาติอยากจะมอบให้กับเรา

และไม่ใช่แค่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเท่านั้นที่ทำให้ที่นี่สวยงาม เพราะนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นต่างนิยมมาเยี่ยมเยือนสวนนี้กันทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะร้อน หนาว หรือฝนก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป ใครที่ผ่านมาทางนี้ก็อย่าลืมแวะเข้ามาพักสายตาด้วยการมองเหล่าต้นไม้ ฟังเสียงนกร้อง หรือถ้าพอมีเวลาก็เลือกเช่าจักรยานปั่นกินลมชมวิวทั่วสวนได้สบาย ๆ เลยล่ะ

-วิธีเดินทางนั่งรถไฟ JR สาย Chuo Line มาลงสถานี Tachikawa แล้วเดินอีก ประมาณ 10 นาทีจะถึงทางเข้าสวน

-เวลาทำการ09.30-16.30 น.

-ราคาค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 410 เยน, เด็ก 80 เยน

  1. Ueno Park : เหลืองอร่ามในสวนใจกลางเมือง

สวนอุเอโนะไม่ได้มีแค่ ซากุระและใบเมเปิ้ลเท่านั้น แต่ยังมีต้นแปะก๊วยอยู่มากมาย ที่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอร่ามสวยงามไม่แพ้ที่อื่น  ที่นี่มีพื้นที่กว้างขวาง อีกทั้งเดินทางมาง่าย ทำให้สวนแห่งนี้เป็นเป้าหมายการชมแปะก๊วยที่น่าสนใจ มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายภาพมากมาย

-วิธีเดินทางเดิน 7 นาทีจากสถานีอุเอโนะ

-เวลาทำการ5.00-23.00 น.

ราคาเข้าชมฟรี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *