สำผัสใบไม้แดงแห่งโตเกียวประเทศญี่ปุ่น…!!!

ใบไม้แดง ประเทศญี่ปุ่นมีฤดูกาลทั้งหมด 4 ฤดู แต่ละฤดูก็มีทัศนียภาพอันเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไป หิมะในฤดูหนาว ซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้ไฟในฤดูร้อน และใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง สำหรับช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงของโตเกียวจะอยู่ราวๆ เดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม

การที่เราได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือการถ่ายภาพความทรงจำเก็บไว้ ใครเป็นสายถ่ายภาพ เป็นตากล้องแล้วล่ะก็ ก็ไม่ควรพลาดกับสถานที่เช็คอินที่ต้องร้องว้าวกันอย่างแน่นอน เพราะวันนี้เราคัดสุดยอดสถานที่การชมใบไม้แดงให้เพื่อนๆ โดยเฉพาะ ที่จะต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองให้ได้สักครั้งกับ 4 ฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงโดยเฉพาะช่วงใบไม้แดง

วันนี้เราจะมาแนะนำแหล่งท่องเที่ยว 10 สุดยอดสถานที่ไม่ควรพลาดในการชมใบไม้แดง ของฤดูใบไม้ผลิแห่งญี่ปุ่น ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม

  1. หุบเขามิทาเกะ (Mitake Valley) ตั้งอยู่ทางตอนบนของแม่น้ำทามะ เป็นจุดชมใบไม้แดงท่ามกลางธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ ใช้เวลานั่งรถไฟจากสถานีชินจูกุประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติใกล้สถานีมิทาเกะ ของ JR สาย Ome ระยะทาง 4 กิโลเมตร มาที่เดียวได้ทั้งเดินเขาและชมใบไม้เปลี่ยนสีเลย
  2. เขาทาคาโอะ ( Takao) นั่งรถไฟจากสถานีชินจูกุแค่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็จะมาถึงเขาทาคาโอะ (Mt. Takao) ที่นี่มีเส้นทางเดินเขาให้เลือกตามระดับความยากง่ายถึง 8 เส้นทาง หรือจะเลือกนั่งเคเบิลคาร์ตรงขึ้นไปสู่ยอดเขาเลยก็ได้
  3. สวนโชวะคิเน็น (Showa Kinen Park) เป็นสวนสาธารณะที่กว้างใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นด้วยพื้นที่กว่า 1,125 ไร่ มีดอกไม้สวยๆ อย่างดอกทิวลิป ดอกทานตะวัน ดอกคอสมอส ผลัดกันเบ่งบานแทบตลอดทั้งปี ส่วนในฤดูใบไม้ร่วงก็ต้องเป็นใบไม้เปลี่ยนสีของต้นแปะก๊วย
  4. สวนอิโนะคาชิระ (Inokashira Park) ภายในสวนมีสถานที่โดดเด่นมากมาย ทั้งสระน้ำอิโนะคาชิระกลางสวน เส้นทางเดินเล่นกินลมชมวิว สวนสัตว์ และ พิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum) วิธีชมใบไม้แดงในสวนอิโนะคาชิระก็มีให้เลือกหลากหลาย จะเดินเล่นรอบสวน นั่งที่ม้านั่งริมสระน้ำ หรือนั่งเรือชมวิวจากกลางสระก็ได้
  5. สวนโคอิชิคาวะ โคราคุเอ็น (Koishikawa Korakuen) ใจกลางโตเกียว ทัศนียภาพในสวนสร้างขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจจากสถานที่มีชื่อเสียงทั่วญี่ปุ่น ที่เด่นที่สุดคือบึงน้ำขนาดใหญ่ ไดเซ็นซุย (Daisensui) ที่ว่ากันว่ามีจังหวัดชิกะเป็นต้นแบบ
  6. สวนฮามาริคิว (Hamarikyu Gardens) สวนญี่ปุ่นท่ามกลางตึกสูงใหญ่ สระน้ำชิโอะอิริ โนะ อิเคะ (Shioiri no ike) ในสวนเป็นสระที่ผันน้ำมาจากทะเลด้านนอก จึงมีการเปลี่ยนแปลงไปตามระดับน้ำทะเลขึ้นลง ถือเป็นสระน้ำทะเลเพียงแห่งเดียวของโตเกียวเลยที่ได้ชมใบไม้แดง
  7. สวนริคุกิเอ็น (Rikugien) ขอแนะนำสำหรับผู้ที่อยากจะเดินเล่นในสวนแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมจริงๆ สวนแห่งนี้เสร้างขึ้นบนที่ดินราบเรียบธรรมดาขนาด 55 ไร่ในปี 1702 โดยการถมที่สร้างเนินเขา ผันน้ำเข้ามาสร้างสระน้ำ กลายเป็นสวนญี่ปุ่นแบบไคยูชิกิสึกิยามะเซ็นซุยเทเอ็น หลังจากสวนแห่งนี้สร้างเสร็จมีการบันทึกไว้ว่าโชกุน โทกุกาวะ สึนาโยชิ ได้เข้ามาชมถึง 58 ครั้งเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นสวนใบไม้แดงที่โชกุนยังยอมรับในความงาม
  8. สวนโยโยงิ (Yoyogi Park) เดิมถูกใช้เป็นหมู่บ้านนักกีฬาสำหรับงานกีฬาโอลิมปิกโตเกียวปี 1964 หลังจากนั้นก็ได้รับการปรับปรุงใหม่และเปิดเป็นสวนสาธารณะในปี 1967 ในการชมใบไม้แดง ภายในพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 330 ไร่ มีไม้ผลัดใบที่จะเปลี่ยนสีสวยงามมากมายเช่น ต้นเคยากิ 1,000 ต้น ต้นแปะก๊วย 200 ต้น ต้นเมเปิล 100 ต้น
  9. สวนชินจูกุเกียวเอ็น (Shinjuku Gyoen) เป็นสวนสาธารณะที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ราว 360 ไร่ใกล้ ภายในเป็นที่ตั้งของสวนสไตล์ต่างๆ ทั้งสวนญี่ปุ่น, สวนสไตล์อังกฤษ และสวนสไตล์ฝรั่งเศส ถึงจะเป็นใบไม้เปลี่ยนสี และใบไม้แดงเหมือนกัน แต่เมื่อไปอยู่ในสวนสไตล์ต่างๆ ก็ให้บรรยากาศและความงามที่แตกต่างกัน ยิ่งในสวนฝรั่งเศสจะมีดอกกุหลาบบานในช่วงเดียวกันพอดีด้วย
  10. ถนนต้นแปะก๊วย (Icho Namiki) ของสวนเมจิจิงกูไกเอ็น (Meiji Jingu Gaien) ถือเป็นสถานที่ถ่ายทำละครยอดนิยมแห่งหนึ่งของโตเกียว เพราะต้นแปะก๊วย 146 ต้นที่เรียงรายอยู่สองฝั่งถนนยาว 300 เมตรนี้จะเปลี่ยนจากสีเขียวสดเป็นสีเหลืองทองอย่างสวยงาม รู้สึกเหมือนเดินอยู่ในอุโมงค์ต้นแปะก๊วยเลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *